สมัชชาสุขภาพทางอากาศ (สมัชาonair) รับฟังความเห็นต่อพรบ.หลักประกันสุขภาพ

ประกาศแนวทางสนับสนุนทุน ปี 2556 โครงการ “ร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่”

กิจกรรมวันนี้ : จัดกิจกรรมดูแลพื้นที่กลางของชุมชนโดยใช้พื้นที่วัดเป็นการสร้างความรักสามัคคี

กิจกรรมวันนี้ : จัดกิจกรรมดูแลพื้นที่กลางของชุมชนโดยใช้พื้นที่วัดสร้างความรักสามัคคี

กิจกรรมวันนี้ : สมาชิกชุมชนจัดทำบัญชีของตนเองและครอบครัว

กิจกรรมวันนี้ : การฝึกซ้อมกีฬา/การแข่งขันกันภายในกลุ่ม

กิจกรรมวันนี้ : กลุ่มที่เรียนรู้เรื่องอาชีพปฏิบัติการในพื้นที่

กิจกรรมวันนี้ : จัดกิจกรรมดะวะห์ศาสนบำบัดพร้อมปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนาร่วมกัน

กิจกรรมวันนี้ : จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของคนในชุมชนในการดำเนินโครงการนี้ ทุกๆ 3 เดือน ครั้งที่ 2

กิจกรรมวันนี้ : กิจกรรม อสม.น้อย เพื่อผู้สูงวัย

กิจกรรม 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10

สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สสส. สำนัก 6)

การดำเนินกิจกรรมโครงการ

  • โรงเรียนชาวนาบ้านควนขี้แรด (ต่อเนื่อง)

    โรงเรียนชาวนาบ้านควนขี้แรด (ต่อเนื่อง)

    คณะทำงานรับทราบผลการรายงานทุกประเด็นพร้อมที่จะดำเนินไปพร้อมกัน แต่ก็มีปํญหาในเรื่องของฝนตกในช่วงนี้อาจมีอุปสรรคบ้าง
  • โรงเรียนชาวนาบ้านควนขี้แรด (ต่อเนื่อง)

    ครู และแม่ครัวให้ความร่วมมือกันดีทุกคน แต่ทางโรงเรียนอยากให้ผู้ปกครองมาช่วยดูแลและส่งเสริมไปด้วย
  • ร่วมสร้างชุมชนบ้านเนินทองน่าอยู่ด้วยทรัพยากรท้องถิ่น

    1) ความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด     1.1) ฟ้าทะลายโจร           จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร หรือประมาณ 1-2 ศอก ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งมาก ทุกส่วนของต้นมีรสขม กิ่งเป็นใบสีเหลี่ยม ลักษณะเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ลักษณะของใบรียาว ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและตามซอกใบ ดอกมีขนาดเล็กสีขาว มีดอกย่อย กลีบดอกมีสีขาวโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ (มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่) ส่วนปากล่างมี 2 กลีบ ผลฟ้าทะลายโจร ลักษณะเป็นฝัก ฝักจะคล้ายกับฝักต้อยติ่ง (หรือเป๊าะเป๊ะ) ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่ฝักจะเป็นสีน้ำตาล และแตกได้ ภายในฝักมีเมล็ดจำนวนมาก สีน้ำตาลอ่อน         - สรรพคุณ             ฟ้าทะลายโจรช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวในร่างกายให้จับกินเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งใบใช้เป็นยาขมช่วยทำเจริญอาหาร ช่วยป้องกันและแก้อาการหวัด คัดจมูก แก้อาการปวดหัวตัวร้อน อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ ระงับอาการอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบแก้อาการติดเชื้อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เป็นเสาหตุทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นบิด รักษากระเพาะลำไส้อักเสบ ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยเร่งให้ตับสร้างน้ำดี     1.2) มะรุม           จัดเป็นพืชผักพื้นบ้านของไทย มีประโยชน์อเนกประสงค์ ทั้งทางด้านอาหาร ยาและอุตสาหกรรม เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 - 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 - 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบแยกกัน ดอกมีรสขม หวาน มันเล็กน้อย ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียวมีส่วนคอดและส่วนมน เป็นระยะ ๆ ตามยาวของฝัก ฝักยาว 20 - 50 ซม. ฝักมีรสหวาน เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก เส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ดประมาณ 1 ซม.         - สรรพคุณ             (ใบ) ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต             (ยอดอ่อน) ใช้ถอนพิษไข้             (ดอก) ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง             (ฝัก) แก้ไข้ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต             (เมล็ด) เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันมะเร็ง             (ราก) รสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ (rheumatism)             (เปลือกลำต้น) รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหาร             (ยาง gum) ฆ่าเชื้อไทฟอยด์ ซิฟิลิส (syphilis) แก้ปวดฟัน (earache, asthma)     1.3) ชุมเห็ดเทศ           เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูง 2-3 เมตร ก้านใบนั้นยาว ในก้านหนึ่งนั้นจะมีใบแตกออกเป็น 2 ทาง มีลักษณะคล้ายใบมะยม แต่จะโตและยาวกว่าประมาณ 10-12 ซม. และกว้างประมาณ 3-6 ซม.         - สรรพคุณ             (ใบสด) รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ฝีและแผลพุพอง             (ดอก) ใบสดหรือแห้ง - เป็นยาระบาย ยาถ่าย ถ่ายพยาธิลำไส้             (เมล็ด) ขับพยาธิ เป็นยาระบายอ่อน     1.4) ว่านหางจระเข้           เป็นต้นพืชที่มีเนื้ออิ่มอวบ จัดอยู่ในตระกูลลิเลี่ยม (Lilium) แหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา พันธุ์ของว่านหางจระเข้มีมากมายกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีทั้งพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มากจนไปถึงพันธุ์ที่มีขนาดเล็กกว่า 10 เซนติเมตร ลักษณะพิเศษของว่านหางจระเข้ก็คือ มีใบแหลมคล้ายกับเข็ม เนื้อหนา และเนื้อในมีน้ำเมือกเหนียว ว่านหางจระเข้ผลิดอกในช่วงฤดูหนาว ดอกจะมีสีต่างๆกัน เช่น เหลือง ขาว และแดง เป็นต้น         - สรรพคุณ             (ใบ) - รสเย็น ตำผสมสุรา พอกฝี             (ทั้งต้น) - รสเย็น ดองสุราดื่มขับน้ำคาวปลา             (ราก) - รสขม รับประทานถ่ายโรคหนองใน แก้มุตกิด             (ยางในใบ) - เป็นยาระบาย             (น้ำวุ้นจากใบ) - ล้างด้วยน้ำสะอาด ฝานบางๆ รักษาแผลสดภายนอก น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ทำให้แผลเป็นจางลง ดับพิษร้อน ทาผิวป้องกันและรักษาอาการไหม้จากแสงแดด ทาผิวรักษาสิวฝ้า และขจัดรอยแผลเป็น             (เนื้อวุ้น) - เหน็บทวาร รักษาริดสีดวงทวาร             (เหง้า) - ต้มรับประทานแก้หนองใน โรคมุตกิด     1.5) บัวบก           เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบเอเชีย ใบบัวบกสามารถช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นและยังช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้ดี เพราะมีกรดมาเดคาสสิก กรดอะเซียติก และสารอะเซียติโคไซด์ ยาแผนปัจจุบันทำเป็นรูปครีมผงโรยแผล ยาเม็ดรับประทาน เพื่อใช้รักษาแผลสดและแผลผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นแผลไฟไหม้ หรือแผลฝีหนองหรือแผลสด โดยใช้ใบและต้นสดตำละเอียดคั้นน้ำทานวันละ 3 - 4 ครั้ง หรืออาจใช้กากพอกบริเวณแผลด้วยก็ดี ในศรีลังกาใส่ในข้าวต้ม โดยต้มข้าวกับน้ำซุปผักจนสุกนุ่ม ใส่กะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ ยกลงแล้วจึงใส่ใบบัวบก ในไทยใช้เป็นผักแนม กินกับผัดไทย ผัดหมี่ หมี่กะทิ ขนมจีน ลาบ ทำยำใบบัวบก หรือคั้นทำน้ำใบบัวบก ทางภาคใต้ใส่ในแกงพริกหมู         - สรรพคุณ               (ใบ) - มีสาร Asiaticoside ทำยาทาแก้แผลโรคเรื้อน               (ทั้งต้นสด)                     - เป็นยำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า                     - รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แก้พิษงูกัด                     - ปวดศีรษะข้างเดียว                     - ขับปัสสาวะ                     - แก้เจ็บคอ                     - เป็นยาห้ามเลือด ส่าแผลสด แก้โรคผิวหนัง                     - ลดความดัน แก้ช้ำใน               (เมล็ด) - แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ 2) วิธีการปลูกการบำรุงรักษาแปลง     2.1) ฟ้าทะลายโจร           - ใช้กิ่งปักชำได้แต่เพาะเมล็ดง่ายกว่า เวลางอกเป็นต้นจะขึ้นพร้อมเพรียงกันสวยงาม เมล็ดเก็บจากจากฝักแก่สีน้ำตาลเข้ม เปลือกหุ้มแข็ง ก่อนหว่านควรกระตุ้นการงอกโดยนำเมล็ดไปแช่น้ำธรรมดาสัก 2 คืนหรือแช่น้ำร้อน 80-100 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที           - โดยทั่วไปปลูกโดยไม่ต้องทำแปลง ยกเว้นพื้นที่ค่อยข้างลุ่มก็อาจทำแปลงยกร่องกว้าง 1-2 เมตร ไถพรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักพอประมาณไม่ต้องมาก ถ้าดินร่วนซุยอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วก็แทบไม่จำเป็น หากมีเมล็ดมากพอและพื้นที่กว้าง ใช้วิธีหว่านเมล็ดโดยผสมกับทรายหยาบ เพื่อช่วยให้หว่านง่ายขึ้น หว่านให้หนาสักหน่อยถ้าหว่านบางเกินไปฟ้าทะลายโจรจะขึ้นสู้หญ้าไม่ได้ แต่หนาเกินไปก็สิ้นเปลืองเมล็ด     2.2) มะรุม           - สภาพพื้นที่ปลูกเจริญเติบโตได้ดีกับดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ทนแล้งได้ดี และไม่ชอบพื้นที่ที่น้้าท่วมขัง การให้น้้า เนื่องจากมะรุมเป็นพืชทนแล้งได้ดี และออกดอกออกฝักตามฤดูกาล การให้น้้า ถ้าเป็นระยะแรกของการปลูก หรือปลูกในฤดูฝนจะไม่มีปัญหาเรื่องการให้น้้า แต่ในฤดูแล้งควรมีการให้น้้าเช้าและเย็น หรือใช้ระบบน้้าหยด จะท้าให้ฝักมีขนาดที่โตและยาวมากขึ้น     2.3) ชุมเห็ดเทศ           - สามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำและแสงแดด เจริญเติบโตเร็ว การปลูกโดยทั่วไปมักปลูก โดยใช้เมล็ด สามารถทำได้ 2 วิธี คือ หยอดลงหลุม หรือเพาะชำเมล็ดเป็นต้นกล้าก่อน จึงย้ายลงหลุม เมื่อพืชอายุได้ 3 เดือนขึ้นไป ควรพรวนดินเข้าโคน และทำให้เป็นร่องโดยรอบรัศมีทรงพุ่ม เพื่อใช้สำหรับเก็บขังน้ำ และแนวใส่ปุ๋ย     2.4) ว่านหางจระเข้           - ถ้าต้นว่านหางจระเข้มีลำต้นยาวมาก ควรตัดลำต้นให้สั้นลงให้เหลือลำตันเพียง 2 - 3 นิ้ว ลำต้นที่ ถูกตัดนี้จะงอกรากใหม่อย่างรวดเร็ว การลงดินอย่าลงลึกไปหรือตื้นไป คืออย่าลึกจนเวลาลดน้ำดินไปกลบยอดได้ หรืออย่าตื้นจนต้นโยกเยกเวลารดน้ำ     2.5) บัวบก           - ระบบรากของต้นบัวบกลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร บัวบกชอบดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมากและชอบร่มเงา ต้นจะเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ด้วยการแตกไหล ต้นบัวบกสามารถปลูกได้ตลอดปี มีอายุเก็บเกี่ยว 1-2 เดือน นิยมปักชำด้วยต้นอ่อนๆ ที่งอกจากไหลจะแพร่ขยายได้รวดเร็ว หลังจากต้นตั้งตัวได้แล้วให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย สามารถปลูกได้ในกระถางและภาชนะอื่นๆ 3) การใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม     3.1) ฟ้าทะลายโจร           - ใส่ปุ๋ยคอกจะเร่งให้ต้นยอดและกอใหญ่ขึ้น ฟ้าทะลายโจรปลูกครั้งเดียวก็พอ ในปีต่อๆ ไปก็จะเกิดขึ้นเอง ไม่ต้องปลูกอีก     3.2) มะรุม           - การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใส่รอบๆโคนต้น หลังจากนั้นพรวนดินกลบ     3.3) ชุมเห็ดเทศ           - ควรให้ปุ๋ย 2 ระยะ คือ ระยะแรก อายุ 1-2 เดือน ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1 ครั้ง ระยะที่สอง อายุ 3 เดือนขึ้นไป ทุกๆ 3 เดือน และลดการให้ปุ๋ยในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ. เพราะเข้าฤดูหนาว และจะใส่ครั้งต่อไป เมื่อทำการตัดแต่งกิ่ง เสร็จเรียบ ร้อยแล้ว     3.4) ว่านหางจรเข้           - การใส่ปุ๋ยให้กับว่านหางจรเข้ ให้ใส่ปุ๋ยปีละ 1 - 2 ครั้ง     3.5) บัวบก           - ครั้งแรกใส่ปุ๋ยหลังจากปลูก 15 - 20 วัน ทุกครั้งที่มีการใส่ปุ๋ยเสร็จแล้วจะต้องรดน้ำให้ชุ่ม สำหรับอัตราการใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะดูการเจริญเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ของดินและความสมบูรณ์ของต้นบัวบกด้วย จึงจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
  • ฟื้นอ่าว เพิ่มป่า ที่บ้านคลองขุด

    ได้มีการตรวจสอบการเงินของโครงการ ฟื้นป่า เพิ่มอ่าว ที่บ้านคลองขุด  เเละได้มีการตรวจสอบเเล้วไม่มัปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทางคณะทำงานโครงการจึงได้มีการเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยเเล้วเเละสามารถดำเนินงานโครงการในงวดที่ 2 ต่อได้เลย
  • คนจงเก สร้างบ้านให้ปลา ด้วยป่าริมเล

    ได้มีการเเบ่งบทบาทหน้าที่โดยคณะทำงานจะรับผิดชอบเรื่องของการจัดหาพันธ์ลำพู เพื่อปลูกในพื้นที่ ม. 3 ต.จองถนน จ.พัทลุง พื้นที่ในการเพาะปลูกเเบ่งเป็น พื้นที่ คือ ม.3 บ้านจงเก และ ม.1 บ้านจองถนน จ.พัทลุง ระยะทางในการเพาะปลูก จำนวน 3 กิโลเมตร ลักษณะในการปลูกต้นลำพูจะมีไม้ค้ำยัน จำนวน  1 ด้น ต่อต้นลำพู 1  ต้น จำนวนต้นลำพูที่ปลูกทั้งหมด  300  ต้น
  • คนจงเก สร้างบ้านให้ปลา ด้วยป่าริมเล

    มีการวางแผนจัดหากล้าไม้ลำพูเพื่อการเพาะปลูก จำนวน  200  ต้น เเบ่งคณะทำงานโครงการช่วยกันจัดหาพันธ์ลำพู เพื่อเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีโรงเรือนจัดเตรียมไว้ เยาวชนในพื้นที่ได้มีบทบาทในการร่วมกันเพาะพพันธ์กล้าาไม้ลพูในพื้นที่บ้านจงเก ต.จองถนน จ.พัทลุง
  • ศรีท่าน้ำสุขภาวะดี วิถีพอเพียง

    ได้ศึกษาเส้นทางดูงาน  ติดต่อสถานที่ ที่พัก วิทยากร
  • ศรีท่าน้ำสุขภาวะดี วิถีพอเพียง

    ศรีท่าน้ำสุขภาวะดี วิถีพอเพียง

    1.ได้สรรหาสถานที่ศึกษาดูงาน 2.ได้กำหนดกิจกรรมในศึกษาดูงาน 3.ได้ชี้แจงการประสานงานที่พัก  อาหาร วิทยากร ในการศึกษาดูงาน

โครงการของ สจรส.ม.อ.

การดำเนินกิจกรรมโครงการ


งานสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่

ข่าวจากงานสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่

ทีม ผอ.ส.4 สสส.และคณะ ลงเยี่ยมพื้นที่พัทลุง

@7 ก.ค. 56 15.15

ทีม ผอ.ส.4 สสส.และคณะ ลงเยี่ยมพื้นที่การดำเนินงานโครงการสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่ ประกอบด้วยพื้นที่บ้านท่าช้าง ต.พนางตุง เรื่องเกษตรยั่งยืน,บ้านหูยาน ต.นาท่อม เรื่องการทำงานแบบบูรณาการฯ.และบ้านช่องฟืน ต.เกาะหมาก เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน จ.พัทลุง เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการฯเมืองลุงน่าอยู่ที่เป็นรูปธรรมในปีที่ 1

ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯประจำเดือน ก.ค.56

@7 ก.ค. 56 15.06

เรียน..คณะกรรมการบริหารโครงการฯและเจ้าหน้าที่โครงการฯเมืองลุงน่าอยู่ ทุกท่าน จากการกำหนดวันประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ทุกวันพุธที่ 2 ของทุกเดือน ซึ่งเดือนกรกฎาคมนี้ตรงกับวันพุธที่ 10 ก.ค.56 ทางคณะทำงานโครงการฯจึงกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯประจำเดือน ก.ค. 56 ขึ้นในวันพุธที่ 10 ก.ค. 56 ณ ห้องประชุมบริษัทโตโยต้า(พัทลุง)จำกัด เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ทางคณะทำงานโครงการฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางคณะกรรมการบริหารฯและเจ้าหน้าที่โครงการฯเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน ขอแสดงความนับถือ

หัวข้อทั้งหมด


การดำเนินกิจกรรมโครงการ

  • งานสำนักงานกลาง

    ได้แผนการขับเคลื่อนขยายผลทั้ง 11 อำเภอ
  • งานสำนักงานกลาง

    -ดร.นฤทธิ์  ดวงสุวรรณ เป็นผู้ทำกระบวนการสังเคราะชุดความรู้เพื่อปิดโครงการร่วมกับคณะทำงาน -รายงานสรุป งานสมัชชา ได้รายงานผ่านเว็ปไซต์ คนใต้สร้างสุขวันที่ 4 กันยายน 2557 -ได้ร่วมกันออกแบบกรอบชุดบทเรียนเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการสังเคราะห์ความรู้แหล่งเรียนรู้ต้นแบบและชุดความรู้โครงการ -ข้อเสนอ ทิศทางเมืองลุงหลังปิดโครงการ โครงการเมืองลุงน่าอยู่มีผลงานและกิจกรรมเกิดขึ้นจำนวนมากในพื้นที่ทุกอำเภอทั้ง 11  อำเภอมีทั้งคน พื้นที่กิจกรรม ทางโครงการมีข้อเสนอ คือ 1. เสนอให้มีการปรับปรุงพัฒนากลไกโครงการ ที่เป็น กลไกกลาง  พื้นที่ เพื่อรักษาพื้นที่และเครือข่ายในการขยายผลเป้าหมายวิสัยทัศน์จังหวัดพัทลุง 2. เสนอให้มีการต่อโครงการเพื่อพัฒนากลไกเข็มแข็ง เพราะถ้าแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกได้แค่รวมคน สร้างกลไก เท่านั้นเอง ระยะที่ 2  ควรพัฒนากลไกให้แข็งแรง  ระยะที่ 3 การพัฒนาสู่จังหวัดจัดการตนเองเต็มรูปแบบได้จากการสร้างและพัฒนาเครือข่าย



ข่าวประชาสัมพันธ์

หนังสือขออนุญาต ปฐมนิเทศโครงการ ปี 57 รุ่น 2 วันที่ 29-30 พ.ย.57

@13 พ.ย. 57 16.00

หนังสือเชิญขออนุญาตโครงการเข้าร่วมปฐมนิเทศ

กำหนดการ การประชุมปฐมนิเทศผู้รับผิดชอบโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ปี 2557 รอบ 2 วันที่ 29 - 30 พฤศจิกายน 2557 ทุกจังหวัด

@12 พ.ย. 57 18.03

กำหนดการ
การประชุมปฐมนิเทศผู้รับผิดชอบโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ปี 2557 รอบ 2 วันที่ 29 - 30 พฤศจิกายน 2557 ณ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.ม.อ.) ชั้น 14 อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ (LRC) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เงื่อนไข 1. ผู้เข้าร่วม ผู้รับผิดชอบโครงการๆ ละ 2 คน (หนึ่งในสองต้องมีคนใช้งานคอมพิวเตอร์ได้) 2. ให้นำสัญญาการดำเนินงานโครงการ จาก สสส. มาด้วย
3. ให้นำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 4. ค่าเดินทาง ค่าที่พัก เบิกจากงบประมาณโครงการ
หมายเหตุ
ที่พัก ผู้รับผิดชอบโครงการจองเองได้ แต่หากไม่สะดวกจะให้ทาง สจรส.จองให้ควรแจ้ง “ชื่อ-เบอร์โทรศัพท์” มาที่ สจรส. มอ. ภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 - 10.00 น. กระบวนการและระบบการติดตามประเมินผล เพื่อการหนุนเสริมโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่พื้นที่ภาคใต้ โดย ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

10.00 - 11.00 น        ความคาดหวัง ประสบการณ์ และแนวทางในการจัดทำรายงานผล และรายงานการเงิน
โดย คุณปรีดารัตน์ ศรัทธานนท์กุล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

11.00 - 12.00 น. - การบริหารจัดการโครงการ (ทีมงาน/ชุมชน) และวิธีการจัดการปัญหา โดยคุณกำไล สมรักษ์ - การบริหารการจัดการงบประมาณ  (การเก็บหลักฐาน และเอกสารการเงิน) โดยคุณสมบูรณ์ ขวัญสงค์ และคุณจุรีย์ หนูผุด - การทำรายงานโครงการ และ รายงานการเงิน โดยคุณกัญนภัส จันทร์ทอง 12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น. การจัดทำรายงานผ่านเวบไซต์คนใต้สร้างสุข www.happynetwork.org
โดยคุณภานุมาศ นนทพันธ์ 14.00 – 21.00 น. ผู้รับผิดชอบโครงการฝึกปฏิบัติการ ในหัวข้อ • การป้อนข้อมูลรายละเอียดโครงการในเว็บไซต์
• ทบทวนและออกแบบเชิงระบบของโครงการ
• การวางแผนการดำเนินงาน และการป้อนแผนการดำเนินงานในปฏิทินโครงการ • การรายงานผลการจัดกิจกรรม และรายจ่ายในกิจกรรม
• การจัดทำรายงาน 


30 พฤศจิกายน 2557 08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน 09.00 - 12.00 น. ผู้รับผิดชอบโครงการฝึกปฏิบัติการ ในหัวข้อ (ต่อ) • การป้อนข้อมูลรายละเอียดโครงการในเว็บไซต์
• ทบทวนและออกแบบเชิงระบบของโครงการ
• การวางแผนการดำเนินงาน และการป้อนแผนการดำเนินงานในปฏิทินโครงการ • การรายงานผลการจัดกิจกรรม และรายจ่ายในกิจกรรม
• การจัดทำรายงาน
13.00 - 15.00 น. ประชุมพี่เลี้ยงร่วมกับ สสส. เพื่อการพัฒนาระบบการติดตามประเมินผล


กำหนดการแผนปฎิบัติงาน เดือนตุลาคม 2557 ถึง เดือนสิงหาคม 2558

@2 ต.ค. 57 16.40

กำหนดการแผนปฎิบัติงาน เดือนตุลาคม 2557 ถึง เดือนสิงหาคม 2558 ได้แก่ ปฐมนิเทศ ปี 2557 รุ่น 2 / ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปิดงวด 1 / ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพี่เลี้ยง / ถอดบทเรียน สังเคราะห์ความรู้รายจังหวัด / ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปิดโครงการ / งานสร้างสุข ภาคใต้

รายละเอียดกำหนดการวันเวลาสถานที่ แนบไฟล์ 1 ชุด

หัวข้อทั้งหมด


ข่าวจากงานกลาง


ข่าวทั้งหมด »