เอกสารพิจารณา ระเบียบวาระในงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔
เอกสารหลัก และร่างมติประเด็นการจัดการภัยพิบัติ
คลอดแล้ว เอกสารหลักและร่างมติประเด็นการจัดการภัยพิบัติ
เอกสารประกอบการพิจารณาระเบียบวาระที่ 2 ของงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ และงานวิชาการ "ไอดินกลิ่นใต้"
วันที่ 13-15 มกราคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อ.เมือง จ.ตรัง
เลื่อนงานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 เป็น 2-4 กุมภาพันธ์ 2555

สืบเนื่องจากมหาอุทกภัยที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 เห็นชอบให้เลื่อนวันจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 จากเดิม 19-21 ธันวาคม 2554 เป็น 2-4 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ภายใต้ประเด็นหลัก "รับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ" โดยระหว่างนี้ จะเร่งรัดให้มีการปรับปรุงร่างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาภัยพิบัติจากน้ำท่วม ให้สอดคล้องและครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นให้รอบด้านและคมชัดมากยิ่งขึ้น
“เหตุที่ต้องเลื่อนจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติออกไปก็เพราะเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมส่วนใหญ่ ต่างติดภารกิจเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ในขณะที่บางท่านก็กำลังประสบภัยเสียเอง ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมประชุม เราคิดว่าเครือข่ายควรลงแรงช่วยกันกู้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน รวมทั้งในช่วงของการเกิดวิกฤตครั้งนี้ได้มีการปฏิบัติการต่าง ๆ มากมายในพื้นที่ จึงจะขอใช้ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ ให้ความสำคัญกับการถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน องค์กร และพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงร่างข้อเสนอเชิงนโยบายที่กำหนดเป็นระเบียบวาระว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติให้แหลมคมสมสมัยยิ่งขึ้นด้วย” รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา ประธานกรรมการ คจ.สช. กล่าว
สอบถามรายละเอียด โทร. 02 832 9000 และร่วมติดตามข่าวสารสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ทาง www.samatcha.org
ข่าวจากงานกลาง
- ประชุมอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพภาคใต้ 27 ธ.ค. 54 14.22 | 73 views
- เอกสารหลัก และร่างมติประเด็นการจัดการภัยพิบัติ 27 ธ.ค. 54 02.42 | 91 views
- การประชุมสรุปผู้รับทุนโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ปี 2553 23 ก.ย. 54 17.19 | 290 views
- การประชุมปฐมนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้รับทุนโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ภาคใต้ 5 ก.ย. 54 11.28 | 326 views
- ปฏิรูปประเทศไทย=ลดอำนาจรัฐ+เพิ่มอำนาจประชาชน 31 ส.ค. 54 11.18 | 415 views
- การประชุมพัฒนาศักยภาพคณะทำงานติดตาม สนับสนุนและประเมินผลโครงการ “ ร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ” ภาคใต้ 25 ส.ค. 54 23.41 | 285 views
- ประชุมทีมวิชาการพัฒนาคู่มือการติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ปี 2554 16 ส.ค. 54 19.24 | 176 views
- ประชุมสรุปบทเรียนกระบวนการพัฒนาโครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่พื้นที่ภาคใต้ ขาขึ้น-ขาลง 22 ก.ค. 54 17.43 | 271 views
- ประชุมพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มคุณภาพผู้เสนอโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างครั้งที่ 1 17 มี.ค. 54 15.57 | 333 views
- ประชุมพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้รับทุนโครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่พื้นที่ภาคใต้ ปี 2553 28 ก.พ. 54 18.21 | 421 views
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
สมัชชาสุขภาพ : ปรัชญา แนวคิดและจิตวิญญาณ

ปาฐกถา เปิดประชุม 10 ปี สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพล้านนา และ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ จัดประชุมวิชชาการ “1 ทศวรรษสมัชชาสุขภาพ” ถกแถลง ๖๖ เรื่อง มุ่งตรวจสอบกลไกสมัชชาสุขภาพจากการขับเคลื่อนงานตลอดสิบปี เพื่อแสวงหาแนวทางร่วมพัฒนาประสิทธิภาพกลไกรับมือภัยสุขภาวะในอนาคต
ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ปรัชญา แนวคิด และจิตวิญญาณของสมัชชาสุขภาพ” โดย นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ ห้อง Grand View ๓
บทสรุปสาระสำคัญ
นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) เปรียบเทียบสมัชชาสุขภาพเหมือนสายธารแห่งการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มีส่วนกำหนดการไหลของสายธารนี้ซึ่งต้องไหลอย่างมีแผนที่ภูมิทัศน์และมีจุดหมาย แต่อย่างไรก็ตามสายน้ำแห่งนี้จะยังคงไหลอย่างไม่เคยหยุดนิ่งหยุดหย่อนเพราะช่วยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งต่างๆ อยู่การปาฐกถานี้ไม่ใช่การทบทวนประวัติศาสตร์ ไม่ใช่บทสรรเสริญสมัชชาสุขภาพ และไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้เนื่องจากอะไรก็ตามที่มีคำตอบสำเร็จรูปมักจะแข็งทื่อและขาดความยืดหยุ่นนอกจากนี้ ยังได้อ้างถึง มหาตม คานธี ที่กล่าวไว้ว่า “ความไม่พึงพอใจในระดับที่พอเหมาะถือเป็นขั้นตอนแรกของการพัฒนา”ผู้นำเสนอได้แบ่งการบรรยายเป็นประเด็น ๆ ดังนี้
เป้าหมายในการนำเสนอครั้งนี้
๑. แสวงหาความหมายของสมัชชาให้เห็นเด่นชัด เนื่องจากหากเราทำอะไรโดยไม่รู้ความหมายจะทำให้รู้สึกเหมือนงานที่เรากำลังทำอยู่นั้นเป็นภาระ โดยนายแพทย์โกมาตร ได้เปรียบเทียบให้เห็นในเรื่อง “ความหมาย” กับ 3I ได้แก่
๑) Identity (การรับรู้ ซึ่งไม่จำเป็นว่าเราจะรับรู้ได้ถูกต้องเสมอไป แต่จำเป็นต้องดูบริบทประกอบ)
๒) Integration (บูรณาการ เราจะต้องสามารถเชื่อมโยงไปหาสิ่งอื่น ๆ เป็น เพื่อที่จะช่วยให้ปรากฏความหมายที่ชัดเจนและถูกต้องเกิดขึ้น) และ
๓) Imagination (จินตนาการ การมีจินตนาการร่วมด้วยจะช่วยก่อให้เกิดความหมายทางวัฒนธรรมขึ้นได้)
๒. วิเคราะห์ประเด็นสำคัญ
๓. เสนอตัวอย่างและทางเลือก
๔. ทิศทางและแนวทางไปข้างหน้า
บริบทสมัชชาสุขภาพ : การปฏิรูประบบสุขภาพ
การปฏิรูประบบสุขภาพที่ผ่านมาสามารถสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็น ๒ สิ่ง ได้แก่
๑. การขยายนิยามของคำว่าสุขภาพให้กว้างขึ้นเป็น “สุขภาวะ” (expanding the definition of health)
๒. การก้าวพ้นข้อจำกัดของการเป็นนโยบายแบบทางการที่ประชาชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมมากนัก ดังนั้นจึงเกิดการสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับประชาชน โดยให้ประชาชนคนเล็กคนน้อยได้มีโอกาสมาร่วมกำหนดอนาคตตนเอง (การสร้างความหลากหลายของกลไกนโยบายให้เกิดเป็นกลไกที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้) (pluralization of policy processes)
จิตวิญญาณสมัชชา
๑. จิตวิญญาณของ “ประชาธิปไตยโดยตรง” : ต้นแบบของประชาธิปไตยในอารยธรรมตะวันตกคือระบอบประชาธิปไตยแห่งนครรัฐเอเธนส์ ซึ่งพลเมืองเข้าร่วมในสมัชชาเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ ได้แก่ ออกกฎหมาย ตัดสินคดี โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาร่วมด้วยความสมัครใจ คือ พลเมืองสามารถเข้าไปร่วมสมัชชาเพื่อออกกฎหมาย และตัดสินคดีด้วยตนเองได้ โดยไม่มีผู้แทน อาจกล่าวได้ว่าประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสาธารณะของคน Athens
มีการกล่าวว่าเนื่องจากสมัยก่อน Athens มีระบบทาส ดังนั้น พลเมืองที่มีทาสทำงานให้จึงมีเวลาว่างที่จะเข้าร่วมสมัชชาได้ จึงมีการโต้เถียงกันว่าประชาธิปไตยอาจเป็นผลผลิตของการมีทาสก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในนครรัฐอื่นๆ ของกรีกซึ่งก็มีระบบทาสเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีระบบประชาธิปไตยเหมือนที่เอเธนส์ ในอีกแง่หนึ่ง นักปรัชญาเพลโต ที่ได้กล่าวว่า ระบบการปกครองขึ้นกับโครงสร้างอำนาจทางการทหาร หากชุมชนใดมีความเหลื่อมล้ำทางอำนาจมากก็จะเกิดการปกครองโดย คณาธิปไตย หรือ อภิชนาธิปไตย หรืออมาตยาธิปไตย ใน Athens โครงสร้างอำนาจทางการทหารเป็นแบบกองทหารขนาดเล็ก ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางอำนาจมากจึงมีการปกครองแบบประชาธิปไตย อย่างไรก็ดี ยังคงมีข้อถกเถียงว่าความไม่เหลื่อมล้ำเป็นผลจากประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยเป็นผลมาจากความไม่เหลื่อมล้ำกันแน่?
๒. รัฐธรรม ประชาธรรม ในพุทธธรรม : ในอัคคัญสูตรมีเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดรัฐและกำเนิดสังคมและระเบียบสังคมอยู่ โดยมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับทฤษฎีสัญญาประชาคม ที่ประชาชนรวมตัวกันยกให้ผู้ที่เหมาะสมมีอำนาจในการปกครอง แต่ผู้ปกครองเมื่อเข้าสู่อำนาจก็ต้องปฏิบัติตามธรรมที่เรียกว่า จักรวรรดิสูตร ซึ่งในพระสูตรมีการยกตัวอย่างที่เมื่อผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามธรรมะของผู้ปกครองแล้ว ประชาชนจากหลายหมู่เหล่ามาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้กลับไปหาธรรมะของผู้ปกครอง ซึ่งถ้าผู้ปกครองไม่รู้ก็ให้กลับมาถามประชาชน” ในอบริหานิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมแห่งความเจริญ ไม่มีเสื่อม กล่าวถึงชาววัชชีว่ามีธรรมที่ทำให้มีความเจริญ คือการประชุมที่สม่ำเสมอ เริ่มและเลิกประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน (ซึ่งนี่ก็คือ สมัชชา) และในพระอริยวินัยก็มีข้อกำหนดให้ “หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ เริ่มประชุมและเลิกประชุมอย่างพร้อมเพรียง” จะเห็นว่า พระพุทธองค์ไม่ได้บอกว่าบ้านเมืองมีปัญหาเพราะคนเห็นแก่ตัว แต่บอกว่าบ้านเมืองจะเจริญ ไม่มีวันเสื่อมได้เลย หากประชาชนหมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ เริ่มประชุมและเลิกประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
๓. ประชาสังคม พลเมือง และปริมณฑลสาธารณะ : ในยุโรปเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ เกิดเป็นพื้นที่ที่ให้คนสามารถมารวมตัวกันและถกเถียงนโยบายสาธารณะได้ เกิดเป็นพื้นที่ประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวหลายอย่างขึ้น นับเป็นการกำเนิดประชาคม พื้นที่ทางสังคมต่าง ๆ และแนวคิดด้านพลเมืองขึ้น
๔. การเมืองหลังสมัยใหม่ ( post modern politics) – ประชาธิปไตยที่ใช้ปัญญา : การเมืองยุคหลังสมัยใหม่จะมีความอ่อนไหวต่ออำนาจที่แฝงมาหลากหลายรูปแบบ เช่น แฝงมาในวาทกรรม ในร่างกาย มีการปฏิเสธกรอบวิธีคิดที่ตายตัว มีเรื่องของอัตลักษณ์ที่มีความหลากหลายปรากฏขึ้นเพื่อใช้ในการต่อรองให้เกิดความมีตัวตนและการปรากฏตัวอยู่ในสังคม เกิดพื้นที่สำหรับใช้ในการสร้างวาทกรรมและความหมาย เป็นพื้นที่ที่ต้องใชัการถกแถลง ชี้แจงและต่อรองกันของ “ประชาธิปไตยที่ใช้ปัญญา (deliberative democracy)” คือ การไตร่ตรองร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ซึ่งก็คือจิตวิญญาณสมัชชานั่นเอง
ข้อชวนคิด ๕ ข้อ
นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่เริ่มมีสมัชชาสาธารณสุข ปี ๒๕๓๑ เป็นต้นมา ถึงสมัชชาสุขภาพสาธิต ปี ๒๕๔๓ จนกระทั่งถึงสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๕๑ ที่รู้สึกว่ามีแบบแผนเหมือนรูปแบบตะวันตก นายแพทย์โกมาตร ได้เสนอข้อชวนคิดไว้ ๕ ข้อ ได้แก่
๑. ราชการสมัชชา (Bureaucratization of the Assembly) ความเป็นระบบมากขึ้นจะทำให้เกิดความคล้ายคลึงกับระบบราชการที่มีการแบ่งแยกกันเป็นส่วนๆ รับผิดชอบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับส่วนของตัวเองเท่านั้น มีส่วนมาเชื่อมกับส่วนอื่นเฉพาะบางจุด ซึ่งแบบนี้ spirit องค์รวมจะหมดลง กลายเป็นระบบราชการที่ “เดินตามช่อง มองแค่ที่เห็น เน้นตัวชี้วัด วิสัยทัศน์เอาไว้ท่องจำ งานที่ทำไม่มีความหมายอะไร”
๒. ความแปลกแยกของรากหญ้า (Alienization of the grassroots) การเปลี่ยนแปลงเป็นระบบที่ดูทางการจะทำให้รากหญ้ารู้สึกไม่เหมาะกับระบบทางการแบบสมัชชาสุขภาแห่งชาติที่สหประชาชาติ จึงขอตั้งคำถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า “สมัชชาสุขภาพจะปล่อยรากหญ้าทิ้งไป เหมือนกับการสร้างนั่งร้านที่สร้างอาคารเสร็จแล้วปลดนั่งร้านทิ้งไปหรือ”
๓. วิกฤติตัวแทน (Crisis of representation) คำว่าผู้แทนแบบ delegate คือผู้ที่ได้รับมอบหมายแต่ไม่มีอำนาจ สามารถทำตามหมายที่รับมอบเท่านั้น แต่ตัดสินใจเองไม่ได้ ซึ่งต่างจากผู้แทนแบบ trustee ที่สามารถตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้เอง ซึ่งจะต้องคิดว่าการใช้ระบบของการเป็นตัวแทนแต่ละลักษณะนั้นจะต้องมีวิธีปฏิบัติอย่างไรให้เหมาะสม
๔. มติสมัชชากับปัญญาร่วม (Deliberation vs resolution-driven agenda) ในสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินั้นมีการวิเคราะห์ว่าผู้ที่พูดทีหลังอาจได้เปรียบกว่าเพราะทุกคนมีเวลาพูดแค่ ๓ นาทีเท่านั้น และพูดแล้วจบไป ไม่มีสิทธิพูดได้อีก ผู้ที่พูดทีหลังจึงมีโอกาสโต้แย้งและโน้มน้าวให้แก้ไขข้อความในมติได้มากกว่า โดยกระบวนการในสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินั้นไม่เน้นการถกแถลง ไม่เน้นการพูดคุยอย่างใช้ปัญญาร่วม ดังนั้นต้องคิดว่า การถกแถลงนั้นจะเกิดขึ้นตรงไหน ในพื้นที่อะไร สิ่งแวดล้อมแบบไหน ดังนั้น การผสมผสานระหว่างสมัชชาหลายรูปแบบอาจเป็นคำตอบที่สำคัญ
๕. ฉันทามติ กับ ฉันทาคติ (เลือกที่รักมักที่ชัง) การที่มีพื้นที่ให้คนที่มีเสียงส่วนน้อย vs เสียงจากธุรกิจใหญ่โต ดังนั้นถ้าสมัชชาสุขภาพจะเปิดพื้นที่ให้คนที่มีเสียงส่วนน้อยเหล่านี้หรือจะเลือกที่รักมักที่ชังก็อาจไม่แปลก เพราะสมัชชาเกิดขึ้นเพื่อให้เสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยมีที่แสดงออก ส่วนผู้มีอำนาจก็มีพื้นที่อื่นๆ มากมายให้แสดงออกอยู่แล้ว
เรียนรู้จากทางเลือก
๑. ลูกขุนพลเมือง (Citizen’s jury) มีการถกแถลงชี้แจงเหตุผลซึ่งกันและกันระหว่างตัวแทนที่มี ความรู้ในเรื่องนั้นๆ จนได้ข้อสรุป ถือเป็นข้อดี เพราะนับเป็น informed consensus ซึ่งต่างจากการสำรวจความเห็นทั่วๆ ไป ที่อาจไปถามคนที่ไม่มีความรู้จริงในเรื่องนั้น ๆ
๒. Testimony (เรื่องเล่ากับเรื่องราว) เป็นการเสริมเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตเข้ากับการถกแถลงชี้แจงด้วยเหตุผล การถกด้วยเหตุผลอาจเป็นความถนัดของนักวิชาการ แต่การบอกกล่าวผ่านเรื่องเล่าอาจเปิดโอกาสให้มีการให้ปากคำหรือบอกเล่าโดยวิธีหรือรูปแบบที่แต่ละคนถนัด
๓. โพลล์เสวนา (Deliberative polling) เป็นกระบวนการสำรวจความคิดเห็นโดยใช้กระบวนการหลายชั้นหลายรูปแบบไปพร้อม ๆ กัน มีการให้ข้อมูลต่อกลุ่มเสวนาและสาธารณะ ก่อนที่จะทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นให้เป็นระบบ
๔. ประชาเสวนา (Citizen dialogue and deliberation) จัดเป็นวิถีแห่งประชาธิปไตยที่สามารถแทรกซึมเข้าไปการสนทนาของประชาขนในทุกพื้นที่
ผู้นำเสนอเสนอว่า ทั้ง ๔ รูปแบบนี้จะสามารถนำมาเสริมหรือแก้ปัญหาสมัชชาสุขภาพที่กำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ได้
มองไปข้างหน้า
๑. บริบททางการเมืองใหม่
๒. การเมืองเรื่องสุขภาพ : การเมืองของสุขภาพ สุขภาพของการเมือง - สมัชชา จะแตกต่างจากกระบวนการหรือเครื่องมืออื่นได้อย่างมีประโยชน์ได้อย่างไร ? นี่คือคำถามของสมัชชา
๕ เรื่องที่ต้องมีเพื่อพิจารณาใช้เป็นแผนที่หรือเป็นเข็มทิศให้เดินไป
๑. สร้างทุนทางสังคมที่หาได้ยากคือทุนที่เรียกว่า trust ที่จะพาคนมาคุยกัน โดยมีการสื่อสารที่มีความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจเป็นตัวกลางที่มาแลกเปลี่ยนกัน ( building trust )
๒. สร้างสรรค์ สร้างนวตกรรม (be innovative) ให้ถือว่าเรามีเป้าหมายคือการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้ประชาชน ไม่ใช่แค่จัดสมัชชาสุขถาพ โดยเราอาจนำทางเลือกทั้ง ๔ ข้อข้างบนมาประกอบกันใน สมัชชาสุขภาพ ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ถือเป็นความท้าทาย แต่จะต้องสร้างสรรค์รูปแบบการมีส่วนร่วมให้หลากหลาย
๓. สร้างช่องทางสู่ปฏิบัติการ (Create platforms for actions) คือ เสริมอำนาจประชาชนในพื้นที่ ให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางสู่การปฏิบัติได้จริง
๔. สร้างวิถีแห่งสันติธรรม (Deliberation as non-violent tool) เคารพวิถีของการเป็นมนุษย์ที่เสมอกัน ยอมรับฟังกันและกัน ให้ถือว่าสมัชชาเป็นช่องทางของสันติภาพและสันติวิธี โดยเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาทำให้เราเห็นว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นได้มากมายเพียงใด สมัชชาจะเป็นทางออกจากความรุนแรงได้อย่างหนึ่ง
๕. สร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยเริ่มตั้งแต่ในชีวิตประจำวัน การสนทนาส่วนตัว ไปจนถึงชีวิตในองค์กรของเครือข่ายสมัชชาทั้งหมด (Dialogue and democratic culture)
จินตนาการใหม่สมัชชาสุขภาพไทย
ต้อง “สืบสายธารแห่งการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดยมีองค์ประกอบต่อไปนี้เป็นพื้นฐาน
๑. ความดี คือ ชีวิตสาธารณะ เห็นความดีของชีวิตสาธารณะเป็นพื้นฐาน
๒. ความงาม คือ พลังขับเคลื่อน หรือ Aesthetics คือ สุนทรียภาพ หรือความรู้สึกรู้สมของชีวิตมนุษย์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า มีความร่วมรู้สึกกับความทุกข์ของประชาชน สามารถใช้เป็นตัววัดสุนทรียภาพของสมัชชาสุขภาพได้ (ตรงข้ามกับ anesthetics หรือหมดความรู้สึก)
๓. ความจริง คือ สิ่งที่ได้ผล หลักการที่ดีที่สุดคือการทำแล้วได้ผล หรือ pragmatism คือไม่ต้องรอจนได้ข้อสรุปที่ทุกคนเห็นด้วย แต่ถกเถียงกันบนความจริงแล้วได้ข้อสรุประดับหนึ่งที่เห็นเป็นทางออกร่วมกัน
Key messages
- สมัชชาสุขภาพเหมือนสายธารแห่งการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มีส่วนกำหนดการไหลของสายธารนี้ซึ่งต้องไหลอย่างมีแผนที่ภูมิทัศน์และมีจุดหมาย แต่อย่างไรก็ตามสายน้ำแห่งนี้จะยังคงไหลอย่างไม่เคยหยุดนิ่งหยุดหย่อนเพราะช่วยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งต่าง ๆ อยู่
- ประชาธิปไตยที่ใช้ปัญญา (deliberative democracy) คือ การไตร่ตรองร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ซึ่งก็คือจิตวิญญาณสมัชชานั่นเอง
- ความเป็นระบบมากขึ้นจะทำให้เกิดการแยกส่วน spirit องค์รวมจะหมดลง กลายเป็นระบบราชการที่ “เดินตามช่อง มองแค่ที่เห็น เน้นตัวชี้วัด วิสัยทัศน์เอาไว้ท่องจำ งานที่ทำไม่มีความหมายอะไร”
- สมัชชาสุขภาพจะปล่อยรากหญ้าทิ้งไป เหมือนกับการสร้างนั่งร้านที่สร้างอาคารเสร็จแล้วปลดนั่งร้านทิ้งไปหรือ
- การผสมผสานระหว่างสมัชชาหลายรูปแบบอาจเป็นคำตอบที่สำคัญ
- หลักการที่ดีที่สุดคือการทำแล้วได้ผล หรือ pragmatism คือไม่ต้องรอจนได้ข้อสรุปที่ทุกคนเห็นด้วย แต่ถกเถียงกันบนความจริงแล้วได้ข้อสรุประดับหนึ่งที่เห็นเป็นทางออกร่วมกัน
ผู้สรุป : ดร.ทิพิชา โปษยานนท์
ที่มา : http://www.doctor.or.th/node/11854 (เข้าถึงข้อมูล 29 พฤศจิกายน 2554)
เลื่อนงานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 เป็น 2-4 กุมภาพันธ์ 2555

สืบเนื่องจากมหาอุทกภัยที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 เห็นชอบให้เลื่อนวันจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 จากเดิม 19-21 ธันวาคม 2554 เป็น 2-4 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ภายใต้ประเด็นหลัก "รับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ" โดยระหว่างนี้ จะเร่งรัดให้มีการปรับปรุงร่างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาภัยพิบัติจากน้ำท่วม ให้สอดคล้องและครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นให้รอบด้านและคมชัดมากยิ่งขึ้น
“เหตุที่ต้องเลื่อนจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติออกไปก็เพราะเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมส่วนใหญ่ ต่างติดภารกิจเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ในขณะที่บางท่านก็กำลังประสบภัยเสียเอง ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมประชุม เราคิดว่าเครือข่ายควรลงแรงช่วยกันกู้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน รวมทั้งในช่วงของการเกิดวิกฤตครั้งนี้ได้มีการปฏิบัติการต่าง ๆ มากมายในพื้นที่ จึงจะขอใช้ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ ให้ความสำคัญกับการถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน องค์กร และพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงร่างข้อเสนอเชิงนโยบายที่กำหนดเป็นระเบียบวาระว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติให้แหลมคมสมสมัยยิ่งขึ้นด้วย” รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา ประธานกรรมการ คจ.สช. กล่าว
สอบถามรายละเอียด โทร. 02 832 9000 และร่วมติดตามข่าวสารสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ทาง www.samatcha.org
สมัชชาสุขภาพภาคใต้
ถกมติสมัชชาสุขภาพเดือด เสนอ11ข้อจัดการภัยพิบัติใต้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมเฟื้องฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มีการประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้
ในระเบียบวาระติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 การจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ มีผศ.ดร.พงษ์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสาธารณสุข (สจรส.มอ.) ประธาน มีนางเบญจา รัตนมณี เป็นผู้นำเสนอ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน
นางเบญจา รัตนมณี ได้นำเสนอข้อเสนอในประเด็นการจัดการภัยพิบัติในภาคใต้ ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่รวม 11 ข้อ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นก่อนนำเสนอเป็นมติสมัชชาสุขภาพต่อไป
โดยข้อเสนอที่มีการถกเถียงกันมาก คือข้อเสนอที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้กระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเพื่อทบทวน ปรับปรุง ชะลอหรือยุติ นโยบาย แผน และโครงการที่อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเป็นสาเหตุแห่งภัยพิบัติ เนื่องจากว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอให้กำหนดให้รัฐบาลเป็นผู้สั่งการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเห็นว่าเป็นหัวข้อสำคัญ เพราะการสั่งทบทวน ปรับปรุง ชะลอหรือยุติ ควรต้องเป็นของผู้มีอำนาจสูงสุด
ขณะเดียวกันมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย รวมทั้งผศ.ดร.พงษ์เทพ ได้ให้คุยกันนอกรอบระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อน แต่ว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ต้องการ เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นเรื่องของคนเพียง 2 คน สุดท้ายไม่ได้มีการคุยกันนอกรอบ และข้อเสนอที่ให้รัฐบาลเป็นผู้สั่งการก็ถูกตัดออกไป
ส่วนข้อเสนออื่นๆ เช่น ให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนจัดการภัยพิบัติชุมชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดตั้งสมาพันธ์เครือข่ายอาสาสมัครเพื่อการจัดการภัยพิบัติ ส่วนข้อเสนอระดับพื้นที่ เช่น สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดทำกรอบแผนการจัดการภัยพิบัติของชุมชนท้องถิ่นระยะ 3 ปี แบบมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้จังหวัดจัดการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด เป็นต้น
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
http://www.deepsouthwatch.org/node/2757
สมัชชาสุขภาพไม่รับผลศึกษา จี้รัฐทบทวนพัฒนาภาคใต้อีก

ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ ตั้งกรรมการทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้ ชี้เหตุสภาพัฒน์ไม่ทำตามมติ จี้รัฐปรับแก้อีกรอบ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ห้องลิบง ตึกรัษฎา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มีการประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ในระเบียบวาระติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 แผนพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานการพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กรณีภาคใต้ มี ผศ.สอรัฐ มากบุญ เป็นประธานการประชุม มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน
นางศยามล ไกยูรวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.) ในฐานะคณะทำงานวิชาการ รายงานต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้มีรายงานการศึกษาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2554 โดยว่าจ้างบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษา และให้สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำโครงการเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเมื่อครั้งบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ได้ระบุในเอกสารโครงการว่า เป็นการดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552 แต่วิธีการดังกล่าว ไม่เป็นไปตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งดังกล่าว ที่ตั้งคณะกรรมการทบทวนร่างแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน
นางศยามล รายงานต่อไปว่า เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 คณะทำงานวิชาการ เครือข่ายสุขภาพภาคใต้ มีข้อเสนอเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ได้แก่ ให้ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้และคณะกรรมการสุขภาพภาคใต้ ตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาภาคใต้อีกชุดหนึ่ง เพื่อทบทวน ปรับปรุงทุกแผนพัฒนาเสนอไปยังรัฐบาล คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทบทวนปรับแผน และเป็นแนวทางกำหนดนโยบาย แผน และโครงการของกระทรวงต่างๆที่จะดำเนินการในภาคใต้ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนใต้
นางศยามล รายงานต่อไปว่า คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และภาควิชาการ ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยให้คณะกรรมการชุดนี้มีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายของรัฐ
นายกิตติภพ สุทธิสว่าง จากเครือข่ายชาวจะนะรักษ์ถิ่น กล่าวในที่ประชุมว่า ตนได้อ่านรายงานการศึกษาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ฉบับดังกล่าวมาแล้ว พบว่า ยังไม่มีอะไรแต่ต่างจากแผนพัฒนาภาพใต้ฉบับที่ผ่านๆ มา เนื่องจากรายงานฉบับนี้ระบุให้พื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันเป็นพื้นที่พัฒนาด้านการท่องเที่ยว ยกเว้นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมตามมา จึงยังมีเนื้อหาที่ตรงกันข้ามกับความเห็นของสมัชชาสุขภาพที่ต้องการให้มีการพัฒนาภาคใต้อย่างยังยืนสอดคลองกับความต้องการของคนในภาคใต้
ว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เมื่อยังไม่มีการทำตามมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552 ที่ให้ตั้งคณะกรรมการทบทวนร่างแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน ก็ควรตั้งกลไกในการผลักดันให้มีการทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้อีกต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนหรือทบทวนปรับแผนพัฒนาภาคใต้
ที่ประชุมจึงได้เสนอให้คณะกรรมการชุดนี้ มีกลไก เฝ้าระวังเพื่อการพัฒนาภาคใต้ภายใต้บริบทและความสอดคล้องกับความต้องการของคนใต้ รวมทั้งมีบทบาทในการพัฒนากลไกการชะลอแผนงานและโครงการที่อาจสร้างความขัดแย้งหรือมีผลกระทบต่อสังคมและชุมชนทั้งปัจจุบันและอนาคต
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
http://www.deepsouthwatch.org/node/2756
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ‘เอามั้ย!ทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับพหุภาคี’

หลังจากอุ่นเครื่องด้วยวงเสวนาวิชาการเรื่อง “แผนพัฒนากับทางเลือกการพัฒนาภาคใต้ แผนพัฒนาที่ยั่งยืน” เมื่อตอนค่ำของวันที่ 13 มกราคม 2555
เช้าของวันที่ 14 มกราคม 2555 งานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ และงานวิชาการ “ไอดิน กลิ่นใต้” พ.ศ. 2554 ที่จัดโดยเครือข่ายสุขภาพภาคใต้ ก็เริ่มเข้าสู่เนื้อหาด้วยปาฐกถาเรื่อง “กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พื้นที่ภาคใต้” โดยนายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น
ข้อคิดแนวทางที่ นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เสนอแนะต่อสมัชชาสุขภาพภาคใต้ มีอะไรและเป็นอย่างไร มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังปรากฏต่อไปนี้
………………………………………..
ผมมาถึงเมื่อวานนี้ (วันที่ 13 มกราคม 2555)ได้มาเห็นพิธีเมื่อเช้านี้ (วันที่ 14 มกราคม 2555) ผมมั่นใจว่าสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ไม่มีวันตกต่ำ เวลาคนทำงานร่วมกันนะครับ หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส มักจะเตือนให้ยึดหลักอปริหายธรรม แปลว่าธรรมะที่ป้องกันความเสื่อมในการทำงานร่วมกัน ข้อหนึ่งคือให้หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ สมัชชาสุขภาพภาคใต้ที่ผมเฝ้ามอง ในฐานะสมัชชาแห่งชาติ และในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ได้เฝ้ามองพื้นที่นี้เป็นพิเศษ
ครั้งแรกที่จัดสมัชชาสุขภาพภาคใต้ขึ้นมา ต้องขออภัย ผมคิดว่าพื้นที่นี้จะทำกันไปได้สักกี่น้ำ แต่นี่จัดมาเป็นครั้งที่ 4 แล้วนะครับ ภาคใต้มีการประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ ไม่ใช่แค่ประชุม 14 จังหวัดเท่านั้น ทราบว่าแกนนำอื่นๆ ก็เข้ามาประชุมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน ไม่มีที่ว่าเข้ามาร่วมประชุมกัน ทีละคนสองคน พอประชุมไม่ทันเลิกก็หายไปแล้ว เพราะอันนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญ
ลักษณะที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง เคารพในประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ที่เห็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นเลย งานวันนี้พูดถึงประวัติศาสตร์ภาคใต้ย้อนหลังไปไกลเลย รวมทั้งศิลปวัฒนธรรม
ประเด็นที่สามอยากยกขึ้นมา ที่คิดว่าท่านคงไปได้แน่ๆ คือ เคารพในอาวุโส และเคารพในสตรี เชื่อฟังสตรี 14 ท่าน ที่ผมเห็นเมื่อเช้านี้ มีสตรีอยู่ 4 ท่าน ซึ่งเป็นหนึ่งสาม มากกว่า ส.ส.ในสภาเสียอีก แปลว่าสมัชชาของเรา มีแนวโน้มไปได้ดีแน่ๆ จุดแข็งที่ผมเห็นเมื่อวานนี้ คือ การจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบ มีกลไกที่เป็นระบบ บางเรื่องผมเห็นว่าดีกว่าสมัชชาชาติเสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วก็คงจะมีวิวัฒนาการค่อยๆ ปรับจนกระทั่งเหมาะสมกับภาคใต้ที่สุด
หลายท่านที่มาจากประชาชน จากภาคประชาสังคม อาจจะมองว่ารูปแบบนี้เป็นราชการจ๋า มันเหมือนเป็นระบบเกินไป ก็อาจจะลดความเป็นระบบลงได้ ค่อยคุยกับคนที่ทำงานทั้งหลาย ท้ายที่สุดแล้วค่อยทำไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร อาจจะไม่มีกฎไม่มีระเบียบอะไรเลย แต่กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยผู้นำของท่านทั้งหมด ทั้ง 14 ท่าน และคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นี้ด้วย อาจจะช่วยกันปรับปรุงและพัฒนา และอยากจะเรียนว่าภาคใต้ เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แล้ว ถือว่าเป็นระเบียบที่สุด พร้อมเพรียงกันที่สุด วันนี้เราก็มีตัวแทนจากภาคอื่นๆ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ท่านจะต้องมีการแลกเปลี่ยนกันเป็นระยะ เมื่อเช้าผมมาเดินดูนิทรรศการ ยังไม่ได้ดูทุกจังหวัด หลังจากนี้เช้าๆ บ่ายๆ ผมจะเดินดูให้หมด เพราะผมคิดว่าจะได้เรียนรู้จากจังหวัดต่างๆ มากมาย ทุกจังหวัดไม่เหมือนกัน ทุกอำเภอๆเหมือนกัน ทุกตำบลไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของจังหวัดต่างๆ เป็นสิ่งที่เป็นจุดแข็งของภาคใต้ที่ผมเห็นเป็นจุดแข็ง
อีกข้อหนึ่งของสมัชชาสุขภาพภาคใต้คือ มีทั้งการขับเคลื่อนจนกระทั่งได้มติ นำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ อย่างที่ผมเรียนไว้ว่า การเอาเรื่องต่างๆ มาเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจนะครับ ประเด็นหลักในการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปี 2555 เป็นประเด็นที่เสนอขึ้นมาจากสมัชชาภาคใต้ นั่นคือเรื่องภัยพิบัติ อันนี้แสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำของทุกท่าน ที่เป็นคนภาคใต้
พวกท่านได้นำประเด็นของท่านขึ้นเป็นประเด็นของภาค สู่ประเด็นระดับชาติได้สำเร็จ เอาข้อตกลงระดับชาติลงมาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้ มีทั้งขาขึ้นและขาเคลื่อนไปพร้อมกัน
ทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการที่เราเห็นว่า เป็นกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่มีส่วนร่วมจริงๆ เราเห็นภาคประชาชน เราเห็นภาคประชาสังคม เราเห็นภาครัฐและภาควิชาการ แต่มีภาคธุรกิจเข้าร่วมน้อยไปหน่อย แต่เราก็ใช้กระบวนการพัฒนาข้อเสนอไปเรื่อยๆ
ผมเรียนอย่างนี้ ท่านผู้ฟังอาจจะต้องคิดย้อนหลังสักนิดนะครับ เราจัดเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วนะครับ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ประธานสมัชชาแห่งชาติคนแรกเป็นข้าราชการเป็นภาครัฐนะครับ ทำงานในระดับนโยบาย เป็นบุรุษ ส่วนคนที่ 2 เป็นสตรีนะครับ มาจากภาควิชาการ ประธานคนที่ 3 เป็นสตรีอีก เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักธุรกิจที่มีความเป็นมนุษย์สูงมาก เป็นผลิตผลของผู้ที่ประสบความสำเร็จท่านหนึ่งนะครับ ซึ่งสร้างตนจากความไม่มีอะไร สู่ความสำเร็จสูงสุดได้คือ นางศิรินา โชควัฒนา ซึ่งเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จะเห็นว่าเรามีประธาน ทั้งที่มาจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ
ผมอยากจะท้าทายต่อไปครับว่า ยุคต่อไปให้ประธานมาจากภาคประชาสังคม จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ เพราะที่ผ่านมามีผู้หญิงมาแล้วสองคน คนที่สี่จะเป็นผู้หญิงผู้ชายก็ได้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขอให้มาจากภาคประชาสังคมก็พอ เพื่อจะทำให้เห็นว่า กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะโดยสมัชชาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับพื้นที่ หรือเฉพาะประเด็น หรือระดับชาติ สามารถทำได้โดยคนในสาขาใดก็ได้ ไม่ใช่ทำได้เฉพาะผู้มาจากภาครัฐเท่านั้น ภาคประชาสังคมก็ทำได้ ภาคธุรกิจก็นำได้ แปลว่าเราทำงานร่วมกันได้
สมัชชาสุขภาพ ไม่ใช่สมัชชาของรัฐที่จะเอาคนของรัฐเข้ามาใส่ ไม่ใช่สมัชชาของประชาชนอย่างเดียว ที่จะเอาแต่เรื่องของประชาชน ไม่ใช่สมัชชาธุรกิจ ที่จะเอาเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจมาใส่ แต่เป็นกลไกกระบวนการที่ทุกภาคส่วน มีเวทีพูดคุยกันอย่างฉันท์มิตร ธุรกิจของคุณศิรินามูลค่าไม่ใช่ร้อยล้าน แต่เป็นหมื่นล้าน เป็นธุรกิจของครอบครัวคือ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด ในห้องนี้รับรองเลยว่า มีคนใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท สหพัฒน์พิบูลย์ จำกัดมากมายมหาศาล ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ คุณศิรินาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในกระบวนการของเรา 3–4 ปี ในนามของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ท่านได้แสดงจุดยืนยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราเห็นได้ว่าปัจจุบันภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคสังคมมากขึ้น
จุดที่ภาคใต้ 14 จังหวัดเข้มแข็งอยู่แล้ว และจะต่อยอดต่อไปได้มีอยู่ 2–3 ประเด็นคือ ประเด็นการขับเคลื่อนด้วยตัวเอง อยากจะย้ำนะครับ ถ้าภาคประชาชนเราสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง รวมตัวทำอะไรด้วยกันเอง อันนี้สุดยอดมาก ไม่ต้องมีใครมารับรอง เป็นการจัดการตัวเองโดยภาคประชาสังคม
ขณะเดียวกันเราก็มีกลไกสมัชชา ที่มีกฎหมายรองรับ แม้จะเป็นกฎหมายที่ออกมาในสมัยรัฐบาลรัฐประหาร แต่กระบวนการต่างๆ เริ่มมาก่อนหน้านั้นเยอะแล้ว ถึงไม่มีรัฐบาลจากการรัฐประหาร กฎหมายนี้ก็คงมาถึงสักวัน เพราะผ่านกระบวนการพูดคุยมาทั่วประเทศ
เราจะทำอย่างไร ที่จะให้ภาคใต้กำหนดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้เอง เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ช่วยกันต่อยอดกันขึ้นมา สไลด์ที่ฉายเมื่อคืนนี้ เป็นงานวิชาการเชิงสังคมที่ดีมากชิ้นหนึ่ง เป็นการถอดแผนพัฒนาภาคใต้ออกมาให้เห็นกันชัดๆ ดูแล้วไม่ทราบว่าเป็นแผนพัฒนาฉบับนักธุรกิจหรือเปล่า ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมแค่ไหน เห็นภาพง่ายๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทีนี้ถ้าเราจะต่อยอดขึ้นไปอีก ก็ตั้งคำถามว่า สมัชชาสุขภาพ 14 จังหวัดภาคใต้ หรืออาจจะจัดตั้งตัวเองเป็นสมัชชาปฏิรูปแห่งประเทศไทย เพื่อทำแผนพัฒนาภาคใต้ได้หรือไม่ จะต้องมีมติสมัชชารับรองอีกหรือไม่ ภาคใต้ 14 จังหวัด จะจัดตั้งเป็นสมัชชาปฏิรูป 14 จังหวัดภาคใต้ได้หรือเปล่า แล้วมีมติตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อทำแผนพัฒนาภาคใต้ โดยไม่ต้องรอให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้ง
กำหนดมาเลยว่า ประธานเป็นใคร เอาคนจากที่ไหนมาก็ได้ จากส่วนกลางก็ได้ จากภาคใต้ก็ได้ ที่เราเห็นว่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือ แล้วเอาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เข้ามาได้ เพราะเขาทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับทางการ ให้เขาเข้ามาเป็นกองเลขาฯ เอาสถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมด้วย เอาภาคประชาสังคมมาร่วมด้วย เอามาร่วมกันทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับพหุภาคี ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จะได้แผนหรือไม่ แต่อยู่ที่กลไกและกระบวนการ ที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง สร้างความร่วมมือ สร้างความร่วมแรงร่วมใจ แผนพัฒนาฉบับนี้จะไปถึงคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ไปถึงที่ไหนหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กลไกและกระบวนการที่ทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมนี่แหละคือที่มาของแผน ที่คนภาคใต้จะยึดเป็นแผนพัฒนาภาคใต้ ไม่ใช่ภาคประชาชนนะครับ แต่เป็นแผนของคนทุกภาคส่วน ใครจะเข้ามาทำอะไรที่นี่ เขาต้องดูแผนพัฒนาฉบับนี้ ถ้าเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของแผนจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้รับผิดชอบในส่วนกลาง จนมาถึงคนในพื้นที่ ก็ไม่น่าจะมีใครมาสงสัยว่า ทำไมเราไม่เอาแผนพัฒนาชาติ อันนี้ผมอยากจะเสนอไว้นะครับ
กลไกของพวกเราจะรุกต่อไปได้หรือไม่ ผมคิดว่าเราต้องเริ่มจากการไม่ตั้งธงไว้ก่อนว่า อันนี้เอาหรือไม่เอา เรามาทำงานเชิงรุกกันต่อ เรามาทำงานด้วยกันดีกว่า เราทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เราอยากได้ ผมอยากจะย้ำกับทุกคน รวมทั้งกับภาคธุรกิจด้วย กับสภาอุตสาหกรรมทั้งหมด ที่เราคุยกันสภาอุตสาหกรรมนี่แหละคือ ผู้เข้ามาลงทุนโครงการต่างๆ เราเอาเข้ามาร่วมกระบวนการจัดทำแผนเลย บอกให้เขารู้ว่าจะมาทำอะไรต้องนึกถึงพวกฉัน อันนี้ก็อยากเสนอไว้ว่า จะทำต่อไปหรือเปล่า
อันหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอให้ 14 จังหวัดภาคใต้ต่อยอดก็คือ การพัฒนาผู้นำ ทั้งสมัชชาปฏิรูปและสมัชชาสุขภาพ เพื่อให้เราสามารถขับเคลื่อนเรื่องอื่นได้ด้วย ผมใช้คำว่าพัฒนาผู้นำ ไม่ได้หมายความว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้เป็นผู้นำ แต่เพื่อให้ทุกคนสามารถต่อยอดไปทำเรื่องอื่นๆ ได้อีก สามารถทำงานที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ เหมือนกับเราเรียนหนังสือ เริ่มมาจากการบวกลบคูณหาร แล้วค่อยมาเรียนหารเชิงซ้อน ตามมาด้วยคำนวณอย่างอื่น ต่อด้วยแคลคูลัส ซึ่งหลายท่านไม่รู้เรื่อง รวมทั้งผมด้วย จะได้ทำงานยากขึ้นเรื่อยๆ ได้ โดยค่อยๆ ต่อขีดความสามารถขึ้นมาจากพื้นฐาน
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เพราะผมเห็นว่าตอนนี้เราสร้างผู้นำได้มากขึ้น ผมเห็นภาวะผู้นำเกิดขึ้นมากมาย เราจะต่อยอดศักยภาพการเป็นผู้นำขึ้นไปเรื่อยๆ การต่อยอดไม่ได้แปลว่า ไปจัดหลักสูตรให้ท่านไปเข้าเรียน ถ้าหากเรายอมรับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาภาคใต้โดยพหุภาคี ตัวกระบวนการทำแผนทั้งหมดของทุกภาคส่วน ที่ต้องรับฟังความคิดเห็น ต้องผ่านกิจกรรมต่างๆ เมื่อทำอย่างนี้ผู้นำต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ภายใต้กระบวนการทำงานร่วมกัน
อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นคนภาคใต้ทำได้ดี คิดว่าสามารถต่อยอดได้ แล้วยังเป็นตัวอย่างภาคอื่นได้ด้วยก็คือ การเข้ามามีส่วนร่วมในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างเข้มแข็ง ผมใช้คำว่าอย่างเข้มแข็ง ไม่ได้หมายความว่าเข้ามาเฉยๆ แต่เข้าไปแล้วต้องแสดงความเห็น ต้องร่วมปรับปรุงระเบียบมติต่างๆ ที่มีการร่างมาอย่างจริงจัง มีข้อมูลพื้นฐานประกอบข้อเสนอ มี 14 จังหวัดสมาชิกยืนอยู่ข้างหลัง แปลว่าเรามีกระบวนการกลุ่ม คราวนี้เป็นกระบวนการกลุ่มที่สำคัญ ท่านเอาระเบียบวาระมาร่วมกันพิจารณาหามติในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
เรามาคุยกันครั้งนี้ ผมเห็นได้ชัด นี่คือตัวอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนของตัวแทนแต่ละจังหวัด เมื่อกระบวนการนี้เดินไปถึงการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ผมเชื่อว่าจะมีการมอบหมายระเบียบวาระต่างๆ ให้ตัวแทนจากภาคใต้รับผิดชอบ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตัวแทนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ สามารถเรียกประชุมตกลงกันตรงนั้นได้เลยว่า ประเด็นนั้นๆ เราจะเอาอย่างไร อันนี้ผมเชื่อว่าเราเคยทำกันมาแล้ ว
เราจะทำอย่างไรให้กระบวนการการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติ ทำให้เป็นตัวอย่าง พอคนภาคใต้ 14 จังหวัดพูดปั๊บ คนนี้สนับสนุน คนนั้นสนับสนุน ต่างจากภาคอื่นที่พอลุกขึ้นพูดขึ้นมา คนฟังก็เงียบๆ ถ้าวันหนึ่งถูกรุกจนอยู่กันไม่ได้ จะทำกันอย่างไร
ผมขอเปรียบเทียบกับการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ภูมิภาคที่เข้มแข็งที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแอฟริกา ด้วยสภาพภูมิภาคที่มีความล้าหลัง ด้อยพัฒนา จึงมีการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญจะมีเหตุการณ์ Africa one voice เกิดขึ้นตลอด ทุกวันตอนเช้าก่อนการประชุมสมัชชาสุขภาพโลก รัฐมนตรีจากแอฟริกา 40 ประเทศ จะประชุมกันทุกเช้า นำเอาประเด็นสำคัญต่างๆ มาพูดคุยกัน
ประเด็นใดที่แอฟริกาต้องการ มีโอกาสน้อยมากที่เขาจะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะเขามีสมาชิกมากกว่า 40 ประเทศ เป็นภูมิภาคที่ใหญ่มาก นอกจากนี้เขายังล็อบบี้ภูมิภาคอื่นๆ ที่ไม่ค่อยมีการร่วมตัวให้สนับสนุน พอภูมิภาคอื่นสนับสนุนแอฟริกาเราก็เอาด้วย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเรา มีประเทศสมาชิก 10 ประเทศเท่านั้น เราต้องร่วมมือกับภูมิภาคอื่นในบางเรื่อง ก็หวังว่าทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะหาผู้นำจากภาคใต้ไปดูการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสักครั้ง จะได้เห็นว่าเขามีวิธีการทำงานอย่างไร
ผมเคยพูดว่า ผมกลัวการทำงานของภาคใต้ ผมกลัวว่าจะสมัชชาสุขภาพภาคใต้จะไปยึดสมัชชาแห่งชาติ แต่เป็นความกลัวที่มีความสุข ที่บอกว่าสมัชชาภาคใต้จะยึดสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินั้น ท่านทำอยู่แล้ว การเตรียมตัวให้พร้อมที่เข้าร่วมประชุมพิจารณามติ นั่นคือการเตรียมการเข้าไปยึดสมัชชาชาติ ไม่ใช่เอามาเป็นสมบัติส่วนตัว แต่เป็นการเข้าไปมีบทบาท ด้วยความเข้มแข็ง
เหมือนประเทศไทยเรา ส่งทีมไปประชุมสมัชชาอนามัยโลกเยอะประมาณ 40–50 คน เราเอาคนเข้าร่วมประชุมทุกระเบียบวาระ ต้องทำงานกันอย่างหนัก เราใช้เวทีตรงนี้พัฒนาศักยภาพผู้นำ ถ้าท่านเป็นผู้นำเข้าไปพูดในที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก สิ่งที่จะได้รับก็คือ ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นทันที
ท่านสามารถเตรียมการส่งคนเข้าไปนำการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งไม่ผิดหลัก อีก 2 ปีข้างหน้าคนจากภาคประชาสังคม น่าจะเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในส่วนของภาคใต้ผมเห็นผู้นำอยู่หลายคน แม้แต่คุณเจริญ โต๊ะอีแต ผู้นำชาวประมงพื้นบ้านจากอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็สามารถเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้
ถ้าหากเราสามารถผลักดันให้คุณเจริญ โต๊ะอีแต เป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ อันนี้เป็นเรื่องเลย เพราะคณะเจริญ โต๊ะอีแต ไม่ใช่ตัวแทนจากภาคประชาสังคมธรรมดา แต่เป็นคนจากภาคประชาสังคมที่เข้าถึงข้อมูลในชุมชน เป็นประชาชนที่มาจากชุมชนจริงๆ ผมดูจากภาวะผู้นำแล้ว คุณเจริญ โต๊ะอีแต เป็นได้
อาจารย์กรรณิการ์ บันเทิงจิตร หน้าซีดเลย เพราะหากประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีที่มาหลากหลาย ฝ่ายที่หนักที่สุดคือฝ่ายเลขานุการ ดูแล้วคุณเจริญ โต๊ะอีแต น่าจะเข้าใจกระบวนการสมัชชามากที่สุดด้วย ผมไม่ใช่เชียร์คุณเจริญ โต๊ะอีแต ท่านทั้งหลายในที่นี้นี่แหละ ที่สามารถตกลงกันใน 14 จังหวัดภาคใต้ ขอส่งคนนี้ในนามของภาคประชาสังคมภาคใต้ เข้าประกวดเป็นประธานสมัชชาสุขภาพในอีก 2 ปีข้างหน้า เตรียมการเลยครับ เมื่อถึงตอนนั้น ท่านจะประสบความสำเร็จ จากการเข้าไปมีส่วนร่วมกันอย่างเข็มแข็ง เป็นความภาคภูมิใจของคนภาคใต้ เป็นตัวอย่างให้ภาคอื่นเห็นว่า ชาวบ้านก็มาเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ ไม่ได้ลดหย่อนศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่าข้าราชการระดับสูงเท่านั้น จะมาเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ หรือต้องเป็นคนรวยเท่านั้นที่จะเป็นได้ ประชาชนเราก็เป็นได้ แล้วก็ไม่ทำให้สมัชชาสุขภาพแห่งชาติกลายเป็นสมัชชาของประชาชน ขอให้เราเอาภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย
เมื่อ 2 วันก่อนเราไปประชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยออกมาสนับสนุนการปฏิรูปอย่างเต็มที่ เพราะภาคธุรกิจเริ่มชูธงต่อต้านการคอร์รัปชั่น ผมแปลกใจมาก เพราะปกติถ้าไม่มีระบบส่งส่วยธุรกิจจะลำบาก บ้านผมทำธุรกิจผมทราบดี ผมเสนอต่อสมัชชาสุขภาพและสมัชชาปฏิรูปว่า เราจะปล่อยให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อสู้อยู่ฝ่ายเดียวละหรือ พวกเราก็ไม่ต้องการการทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่ ถ้าใช่ เราจะทำอย่างไรให้เราได้เข้าไปร่วมกับเขา
ขณะนี้ผมทราบมาว่า พวกเขารวมตัวกันได้ 20 องค์กรแล้ว จะทำอย่างไรให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานปฏิรูปเข้าไปร่วม จะทำอย่างไรให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือสมัชชาปฏิรูป นำภาคีเครือข่ายทั้งหมดทั่วประเทศเข้าไปร่วมกันกับหอการค้าไทยอ ฝ่ายธุรกิจพูดออกมาน่าสนใจมาก ภาคธุรกิจเขากลัวมาก เขาบอกว่าเขากลัวไข้โป้ง
ช่วงที่ริเริ่มเรื่องนี้ ภาคธุรกิจเองกลัวมาก เขาบอกว่าอย่าไปยุ่งเดี๋ยวอันตราย แต่มีผู้นำภาคธุรกิจหลายคน ค่อยๆ พูด ค่อยๆ ผลักดัน เพราะเห็นว่าหากไม่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชั่น ในระยะยาวธุรกิจเองจะไปไม่รอด ทั้งหลายลองคิดดูสิครับ งบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 2 ล้านล้านบาท ผมเชื่อว่ามันหายไปเพราะการคอร์รัปชั่น น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ไม่รวมการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายอีกประมาณ 4 แสนล้านบาท จากงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท งบประมาณส่วนนี้สามารถนำไปพัฒนาประเทศได้มากมาย
ผมอยากเชิญชวนทุกท่าน ดำเนินการ 2 เรื่องหลักๆ 1.แผนพัฒนาภาคใต้ทำกันเองได้หรือเปล่า ทำโดยกระบวนการการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำ เราทำเองจะได้เป็นแผนพัฒนาภาคใต้ที่แท้จริง 2.เตรียมผู้นำชุมชนและภาคประสังคมจากภาคใต้ เข้าไปเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ผมหวังว่ากระบวนการการเรียนรู้ จากการจัดสมัชชาสุขภาพภาคใต้ที่เข้มแข็ง จะนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับชาติต่อไป
อารีด้า สาเม๊าะ ฮัสซัน โตะดง มีณา เหตุหาก
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
(http://www.deepsouthwatch.org/node/2755)
เอกสารพิจารณา ระเบียบวาระในงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔
ประชุมอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพภาคใต้

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2554ที่ร้านกาแฟคนตรัง คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติสมัชชาสุขภาพภาคใต้ โดย ประธานอนุกรรมการ นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ และคณะทำงาน ได้ร่วมกันประชุมทำความเข้าใจบทบาท หน้าที่การดำเนินงานของกรรมการ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของกรรมการ ก่อนวันงาน โดยได้ข้อสรุปถึงกระบวนการ ขั้นตอนของกรรมการชุดนี้ในการผลิตเอกสารที่ทบทวนความเป็นมาของการจัดสมัชชาสุขภาพภาคใต้ การขับเคลื่อนเชิงประเด็นโดยเน้นที่ประเด็นการติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งเป็นบทบาทของเครือข่ายสมัชชาสุขภาพภาคใต้ และให้ข้อเสนอแนะในการติดตามและขับเคลื่อนต่อหลังงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ 2554
เอกสารหลัก และร่างมติประเด็นการจัดการภัยพิบัติ
คลอดแล้ว เอกสารหลักและร่างมติประเด็นการจัดการภัยพิบัติ
เอกสารประกอบการพิจารณาระเบียบวาระที่ 2 ของงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ และงานวิชาการ "ไอดินกลิ่นใต้"
วันที่ 13-15 มกราคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อ.เมือง จ.ตรัง
สมัชชาสุขภาพจังหวัด
สมัชชาจังหวัดปัตตานี เรื่องการจัดทำเอกสารร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย สมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานี

วันที่ 27 ธันวาคม 2554 เริ่มต้นด้วย " ลดอำนาจรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ปฎิรูปประเทศไทย ฉีกกรอบคิด นำไปสู่สังคมสุขภาวะ " แนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดปัตตานี ณ โรงแรมเซาเทริ์นวิว อ.เมือง จ.ปัตตานี
เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานีซึ่งมีประเด็นร่วมการขับเคลื่อน และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายใน 4 ประเด็นซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เครือข่ายทั้งสามภาคส่วนเห็นร่วมกันว่าเป็นประเด็นสำคัญของคนปัตตานีที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิตจากสถานการณ์ความไม่สงบ ปัญหาโรคติดต่อ ปัญหาคุณภาพอนามัยแม่และเด็ก พฤติกรรมสุขภาพจากการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) ให้ข้อสเนอแนะเพิ่มเติมต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของทั้งสี่ประเด็นพร้อมทั้งเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมในการปฏิรูปสังคมสุขภาวะ และการร่วมกำหนดทิศทางของตนเองด้วยตัวเองโดยกระบวนการสมัชชาสุขภาพ
หลักการ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม หลักคิด หน้าที่ของความเป็นพลเมือง มากกว่า งานที่ทำ การพัฒนาการวิเคราะห์ว่าอะไรที่สำคัญ อะไรคือปัญหา สถานการณ์เป็นยังไง รุนแรงมั้ย มีทุนอะไรเท่าไร ปัจจัยอะไรสำคัญ (คน สภาพแวดล้อม กลไก) แต่ละปัจจัยมีวิธีการอะไร ที่สำคัญๆ จัดลำดับความสัญ ยุทธศาสตร์คือวิธีการสำคัญ เริ่มคิดปัจจัย
แผนยุทธศาสต์ จะบรรลุอะไร และจะต้องใช้วิธีการอะไร การทำแผนยุทธศาสตร์ใช้คำถามหลัก 4 ข้อ อยู่ที่ไหน (สถานการณ์เป็นอย่างไร ขนาดปัญหา สถานการณ์มากน้อยขนาดไหน) จไปไหน(การวางเป้าหมาย สดๆ จะบรรลุผลสำเร็จช่วงเวลาหนึ่งต้องทำแค่ไหน) จะไปอย่างไร (วิธีการ ทำกับใคร ภาคีหลัก ภาคียุทธศาสตร์) ไปถึงรึยัง (ประเมินผลอย่างไร)
แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ในมุม road map มองเห็นจุดหมาย เห็นว่ากว่าจะไปถึงจุดหมายต้องผ่านอะไรบ้าง และต้องใช้เวลาเท่าไร ใช้วิธีการอะไร ในมุมroute map ไปดดยวิธีไหน การวางจุดหมายว่าจะไปถึงไหนขึ้นอยู่กับว่าเรามีทุนอะไรบ้าง
สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 เวลา 13.00 - 16.30 น. สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้การนำของ ผศ. สอรัฐ มากบุญ ผู้ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุม 1 โรงแรมเรือนนครินทร์ (โรงแรม มอ.) มหาวิทยาลัยสงขลานครนิทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมพิจารณาร่างมติและแสดงความคิดเห็น ประมาณ 30 คน โดยเป็นคณะทำงานในแต่ละประเด็น ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และองค์กรสื่อมวลชนในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- รายงานความหน้าการดำเนินงานในแต่ละประเด็นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่
- การจัดการภัยพิบัติจังหวัดสุราษฎร์ธานี - การพัฒนาระบบสุขภาพเมืองคนดี (ลดความแออัดโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี) - การพัฒนา "คนดี" สุราษฎร์ธานี
- การพิจารณาข้อเสนอโครงการสานพลังและยกระดับการจัดการสร้างสุขภาวะจังหวัดสุราษฎร์ธานี
- การปฏิรูปความคิด ปลูกจิตสำนึก - การจัดการทรัพยากรแร่ยิปซั่มที่คุ้มค่าและยั่งยืน - การสานพลังสื่อเพื่อสุขภาวะเมืองคนดี
- การจัดกลไกหนุนเสริมการทำงาน
ในที่ประชุมได้ข้อสรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 2 ประเด็น และได้โครงการที่จะดำเนินงานต่อไป ปี 2555 จำนวน 3 โครงการ
สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย "การจัดการภัยพิบัติจังหวัดสุราษฎร์ธานี"

วันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2554 สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในประเด็น "การจัดการภัยพิบัติจังหวัดสุราษฎร์ธานี" ขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 พื้นที่ โดยเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติในช่วงเดือนมีนาคม 2554 โดยมีการกำนหดพื้นที่ ดังนี้
พื้นที่ต้นน้ำ ได้แก่ อ.บ้านนาสาร วิภาวดี พนท คีรีรัฐนิคม จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา 12.30 - 16.00 น. ณ ศาลาประชาคมอำเภอคีรีรัฐนิคม
พื้นที่กลางน้ำ อ.ไชยา พุนพิน ท่าชนะ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน
3.พื้นที่ในอ่าวบ้านดอน ปากน้ำกระแดะ กาญจนดิษฐ์ จัเวทีรับฟังความคิดเห็น วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ณ ศาลาประชาคมอำเภอกาญจนดิษฐ์
การจัดเวทีในครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนเข้าร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอในแต่ละเวที ประมาณ 60 คน
ผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ทำให้ชุมชนเห็นแนวทางในการจัดการภัยพิบัติ และการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคต โดยข้อเสนอแนะที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็น คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะนำมาจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

วันที่ 21 ตุลาคม 2554 เวลา 08.30- 15.00 น. สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้การนำของ ผศ.สอรัฐ มากบุญ ผู้ประสานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ทั้ง 6 ประเด็นขึ้น ณ ห้องประชุม 1 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครนิทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี มีผู้เข้าร่วมพิจารรณาและให้ข้อเสนอแนะต่อร่างมติ ประมาณ 60 ท่าน โดยเป็นตัวแทนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
การรับฟังความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเช้า มีการรับฟังความคิดเห็นใน 5 ประเด็น คือ 1. การจัดการปัญหาฆ่าตัวตาย (สุขใจ ไม่คิดสั้น) 2. ความปลอดภัยทางอาหาร การจัดการน้ำมันทอดซ้ำ 3. การจัดการปัญหาโฆษณายาและอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณยาที่ผิดกฏหมายทางวิทยุท้องถิ่น เคเบิ้ลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม 4. การบริหารจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและภาคีทุกภาคส่วน 5. การเข้าถึงบริบทชีวอนามัยเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่วนในภาคบ่ายเป็นการรับฟังความคิดเห็นในประเด็น "การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง" โดยในแต่ละประเด็นจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ประเด็นละ 10-15 คน
ผลจากการจัดเวทีในครั้งนี้ ทำให้สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ข้อเสนอแนะต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย และได้รายชื่อคณะทำงานที่จะร่วมเดินทางไปร่วมงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ที่จังหวัดตรังและสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่กรุงเทพฯ ด้วย
จังหวัดพังงาจัดเวทีรับฟังร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

ทีมสมัชชาจังหวัดพังงา ได้ร่วมในการจัดงานรับร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะแรก ในวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ซึ่งจัด ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงาโดยมีผู้สนใจจากกลุ่มเครือข่ายต่างๆ รวม 76 คน
วาระพิจารณารับร่างมติ 5 ประเด็น
1. การจัดการปัญหาการฆ่าตัวตาย(สุขใจ...ไม่คิดสั้น)
2. ความปลอดภัยทางอาหาร:การจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ
3. การจัดการปัญหาโฆษณายาและอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณยาฯ
4. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง
5.การบริหารจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืนฯ
ระยะที่ 2 จัดในวันที่ 26 ตุลาคม ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงาเช่นเดิม
มติที่ 6 เรื่อง การเข้าถึงบริการอาชีวอนามัยเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ และการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งเป็นมติของสมัชชาภาคใต้ครั้งที่ 2 โดยได้เชิญผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมโดยตรง เช่น นิติกร จากสำนักงานจังหวัด สวัสดิการลัคุมครองแรงงานจังหวัด ประกันสังคม แรงงานจังหวัด และตัวแทน สช.ของจังหวัดพังงา คือ คุณทรงวุฒิ อินทรสวสดิ์ และจากทีมกลไกจังหวัด คือ คุณเทวะ เวชพันธุ์ ประธาน ,คุณอุไรวรรณ ตันฑอาริยะ เลขา, คุณสุทธาทิพย์ ทวีกิจพัฒนภักดี คุณเนาวรัตน์ บุญรักษ์ ผู้ช่วยเลขาฯ โดยในที่ประชุมทั้ง 2 ระยะ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างกว้างขวาง และสุดท้ายได้สรุปเป็นแนวทางของจังหวัดพังงาได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ
จับกระแสสมัชชา
ถกมติสมัชชาสุขภาพเดือด เสนอ11ข้อจัดการภัยพิบัติใต้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมเฟื้องฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มีการประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้
ในระเบียบวาระติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 การจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ มีผศ.ดร.พงษ์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสาธารณสุข (สจรส.มอ.) ประธาน มีนางเบญจา รัตนมณี เป็นผู้นำเสนอ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน
นางเบญจา รัตนมณี ได้นำเสนอข้อเสนอในประเด็นการจัดการภัยพิบัติในภาคใต้ ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่รวม 11 ข้อ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นก่อนนำเสนอเป็นมติสมัชชาสุขภาพต่อไป
โดยข้อเสนอที่มีการถกเถียงกันมาก คือข้อเสนอที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้กระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเพื่อทบทวน ปรับปรุง ชะลอหรือยุติ นโยบาย แผน และโครงการที่อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเป็นสาเหตุแห่งภัยพิบัติ เนื่องจากว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอให้กำหนดให้รัฐบาลเป็นผู้สั่งการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเห็นว่าเป็นหัวข้อสำคัญ เพราะการสั่งทบทวน ปรับปรุง ชะลอหรือยุติ ควรต้องเป็นของผู้มีอำนาจสูงสุด
ขณะเดียวกันมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย รวมทั้งผศ.ดร.พงษ์เทพ ได้ให้คุยกันนอกรอบระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อน แต่ว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ต้องการ เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นเรื่องของคนเพียง 2 คน สุดท้ายไม่ได้มีการคุยกันนอกรอบ และข้อเสนอที่ให้รัฐบาลเป็นผู้สั่งการก็ถูกตัดออกไป
ส่วนข้อเสนออื่นๆ เช่น ให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนจัดการภัยพิบัติชุมชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดตั้งสมาพันธ์เครือข่ายอาสาสมัครเพื่อการจัดการภัยพิบัติ ส่วนข้อเสนอระดับพื้นที่ เช่น สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดทำกรอบแผนการจัดการภัยพิบัติของชุมชนท้องถิ่นระยะ 3 ปี แบบมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้จังหวัดจัดการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด เป็นต้น
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
http://www.deepsouthwatch.org/node/2757
สมัชชาสุขภาพไม่รับผลศึกษา จี้รัฐทบทวนพัฒนาภาคใต้อีก

ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ ตั้งกรรมการทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้ ชี้เหตุสภาพัฒน์ไม่ทำตามมติ จี้รัฐปรับแก้อีกรอบ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ห้องลิบง ตึกรัษฎา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มีการประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ในระเบียบวาระติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 แผนพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานการพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กรณีภาคใต้ มี ผศ.สอรัฐ มากบุญ เป็นประธานการประชุม มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน
นางศยามล ไกยูรวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.) ในฐานะคณะทำงานวิชาการ รายงานต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้มีรายงานการศึกษาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2554 โดยว่าจ้างบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษา และให้สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำโครงการเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเมื่อครั้งบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ได้ระบุในเอกสารโครงการว่า เป็นการดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552 แต่วิธีการดังกล่าว ไม่เป็นไปตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งดังกล่าว ที่ตั้งคณะกรรมการทบทวนร่างแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน
นางศยามล รายงานต่อไปว่า เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 คณะทำงานวิชาการ เครือข่ายสุขภาพภาคใต้ มีข้อเสนอเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ได้แก่ ให้ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้และคณะกรรมการสุขภาพภาคใต้ ตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาภาคใต้อีกชุดหนึ่ง เพื่อทบทวน ปรับปรุงทุกแผนพัฒนาเสนอไปยังรัฐบาล คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทบทวนปรับแผน และเป็นแนวทางกำหนดนโยบาย แผน และโครงการของกระทรวงต่างๆที่จะดำเนินการในภาคใต้ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนใต้
นางศยามล รายงานต่อไปว่า คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และภาควิชาการ ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยให้คณะกรรมการชุดนี้มีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายของรัฐ
นายกิตติภพ สุทธิสว่าง จากเครือข่ายชาวจะนะรักษ์ถิ่น กล่าวในที่ประชุมว่า ตนได้อ่านรายงานการศึกษาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ฉบับดังกล่าวมาแล้ว พบว่า ยังไม่มีอะไรแต่ต่างจากแผนพัฒนาภาพใต้ฉบับที่ผ่านๆ มา เนื่องจากรายงานฉบับนี้ระบุให้พื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันเป็นพื้นที่พัฒนาด้านการท่องเที่ยว ยกเว้นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมตามมา จึงยังมีเนื้อหาที่ตรงกันข้ามกับความเห็นของสมัชชาสุขภาพที่ต้องการให้มีการพัฒนาภาคใต้อย่างยังยืนสอดคลองกับความต้องการของคนในภาคใต้
ว่าที่ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เมื่อยังไม่มีการทำตามมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552 ที่ให้ตั้งคณะกรรมการทบทวนร่างแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน ก็ควรตั้งกลไกในการผลักดันให้มีการทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้อีกต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนหรือทบทวนปรับแผนพัฒนาภาคใต้
ที่ประชุมจึงได้เสนอให้คณะกรรมการชุดนี้ มีกลไก เฝ้าระวังเพื่อการพัฒนาภาคใต้ภายใต้บริบทและความสอดคล้องกับความต้องการของคนใต้ รวมทั้งมีบทบาทในการพัฒนากลไกการชะลอแผนงานและโครงการที่อาจสร้างความขัดแย้งหรือมีผลกระทบต่อสังคมและชุมชนทั้งปัจจุบันและอนาคต
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
http://www.deepsouthwatch.org/node/2756
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ‘เอามั้ย!ทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับพหุภาคี’

หลังจากอุ่นเครื่องด้วยวงเสวนาวิชาการเรื่อง “แผนพัฒนากับทางเลือกการพัฒนาภาคใต้ แผนพัฒนาที่ยั่งยืน” เมื่อตอนค่ำของวันที่ 13 มกราคม 2555
เช้าของวันที่ 14 มกราคม 2555 งานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ และงานวิชาการ “ไอดิน กลิ่นใต้” พ.ศ. 2554 ที่จัดโดยเครือข่ายสุขภาพภาคใต้ ก็เริ่มเข้าสู่เนื้อหาด้วยปาฐกถาเรื่อง “กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พื้นที่ภาคใต้” โดยนายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น
ข้อคิดแนวทางที่ นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เสนอแนะต่อสมัชชาสุขภาพภาคใต้ มีอะไรและเป็นอย่างไร มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังปรากฏต่อไปนี้
………………………………………..
ผมมาถึงเมื่อวานนี้ (วันที่ 13 มกราคม 2555)ได้มาเห็นพิธีเมื่อเช้านี้ (วันที่ 14 มกราคม 2555) ผมมั่นใจว่าสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ไม่มีวันตกต่ำ เวลาคนทำงานร่วมกันนะครับ หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส มักจะเตือนให้ยึดหลักอปริหายธรรม แปลว่าธรรมะที่ป้องกันความเสื่อมในการทำงานร่วมกัน ข้อหนึ่งคือให้หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ สมัชชาสุขภาพภาคใต้ที่ผมเฝ้ามอง ในฐานะสมัชชาแห่งชาติ และในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ได้เฝ้ามองพื้นที่นี้เป็นพิเศษ
ครั้งแรกที่จัดสมัชชาสุขภาพภาคใต้ขึ้นมา ต้องขออภัย ผมคิดว่าพื้นที่นี้จะทำกันไปได้สักกี่น้ำ แต่นี่จัดมาเป็นครั้งที่ 4 แล้วนะครับ ภาคใต้มีการประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ ไม่ใช่แค่ประชุม 14 จังหวัดเท่านั้น ทราบว่าแกนนำอื่นๆ ก็เข้ามาประชุมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน ไม่มีที่ว่าเข้ามาร่วมประชุมกัน ทีละคนสองคน พอประชุมไม่ทันเลิกก็หายไปแล้ว เพราะอันนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญ
ลักษณะที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง เคารพในประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ที่เห็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นเลย งานวันนี้พูดถึงประวัติศาสตร์ภาคใต้ย้อนหลังไปไกลเลย รวมทั้งศิลปวัฒนธรรม
ประเด็นที่สามอยากยกขึ้นมา ที่คิดว่าท่านคงไปได้แน่ๆ คือ เคารพในอาวุโส และเคารพในสตรี เชื่อฟังสตรี 14 ท่าน ที่ผมเห็นเมื่อเช้านี้ มีสตรีอยู่ 4 ท่าน ซึ่งเป็นหนึ่งสาม มากกว่า ส.ส.ในสภาเสียอีก แปลว่าสมัชชาของเรา มีแนวโน้มไปได้ดีแน่ๆ จุดแข็งที่ผมเห็นเมื่อวานนี้ คือ การจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบ มีกลไกที่เป็นระบบ บางเรื่องผมเห็นว่าดีกว่าสมัชชาชาติเสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วก็คงจะมีวิวัฒนาการค่อยๆ ปรับจนกระทั่งเหมาะสมกับภาคใต้ที่สุด
หลายท่านที่มาจากประชาชน จากภาคประชาสังคม อาจจะมองว่ารูปแบบนี้เป็นราชการจ๋า มันเหมือนเป็นระบบเกินไป ก็อาจจะลดความเป็นระบบลงได้ ค่อยคุยกับคนที่ทำงานทั้งหลาย ท้ายที่สุดแล้วค่อยทำไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร อาจจะไม่มีกฎไม่มีระเบียบอะไรเลย แต่กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยผู้นำของท่านทั้งหมด ทั้ง 14 ท่าน และคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นี้ด้วย อาจจะช่วยกันปรับปรุงและพัฒนา และอยากจะเรียนว่าภาคใต้ เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แล้ว ถือว่าเป็นระเบียบที่สุด พร้อมเพรียงกันที่สุด วันนี้เราก็มีตัวแทนจากภาคอื่นๆ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ท่านจะต้องมีการแลกเปลี่ยนกันเป็นระยะ เมื่อเช้าผมมาเดินดูนิทรรศการ ยังไม่ได้ดูทุกจังหวัด หลังจากนี้เช้าๆ บ่ายๆ ผมจะเดินดูให้หมด เพราะผมคิดว่าจะได้เรียนรู้จากจังหวัดต่างๆ มากมาย ทุกจังหวัดไม่เหมือนกัน ทุกอำเภอๆเหมือนกัน ทุกตำบลไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของจังหวัดต่างๆ เป็นสิ่งที่เป็นจุดแข็งของภาคใต้ที่ผมเห็นเป็นจุดแข็ง
อีกข้อหนึ่งของสมัชชาสุขภาพภาคใต้คือ มีทั้งการขับเคลื่อนจนกระทั่งได้มติ นำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ อย่างที่ผมเรียนไว้ว่า การเอาเรื่องต่างๆ มาเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจนะครับ ประเด็นหลักในการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปี 2555 เป็นประเด็นที่เสนอขึ้นมาจากสมัชชาภาคใต้ นั่นคือเรื่องภัยพิบัติ อันนี้แสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำของทุกท่าน ที่เป็นคนภาคใต้
พวกท่านได้นำประเด็นของท่านขึ้นเป็นประเด็นของภาค สู่ประเด็นระดับชาติได้สำเร็จ เอาข้อตกลงระดับชาติลงมาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้ มีทั้งขาขึ้นและขาเคลื่อนไปพร้อมกัน
ทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการที่เราเห็นว่า เป็นกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่มีส่วนร่วมจริงๆ เราเห็นภาคประชาชน เราเห็นภาคประชาสังคม เราเห็นภาครัฐและภาควิชาการ แต่มีภาคธุรกิจเข้าร่วมน้อยไปหน่อย แต่เราก็ใช้กระบวนการพัฒนาข้อเสนอไปเรื่อยๆ
ผมเรียนอย่างนี้ ท่านผู้ฟังอาจจะต้องคิดย้อนหลังสักนิดนะครับ เราจัดเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วนะครับ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ประธานสมัชชาแห่งชาติคนแรกเป็นข้าราชการเป็นภาครัฐนะครับ ทำงานในระดับนโยบาย เป็นบุรุษ ส่วนคนที่ 2 เป็นสตรีนะครับ มาจากภาควิชาการ ประธานคนที่ 3 เป็นสตรีอีก เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักธุรกิจที่มีความเป็นมนุษย์สูงมาก เป็นผลิตผลของผู้ที่ประสบความสำเร็จท่านหนึ่งนะครับ ซึ่งสร้างตนจากความไม่มีอะไร สู่ความสำเร็จสูงสุดได้คือ นางศิรินา โชควัฒนา ซึ่งเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จะเห็นว่าเรามีประธาน ทั้งที่มาจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ
ผมอยากจะท้าทายต่อไปครับว่า ยุคต่อไปให้ประธานมาจากภาคประชาสังคม จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ เพราะที่ผ่านมามีผู้หญิงมาแล้วสองคน คนที่สี่จะเป็นผู้หญิงผู้ชายก็ได้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขอให้มาจากภาคประชาสังคมก็พอ เพื่อจะทำให้เห็นว่า กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะโดยสมัชชาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับพื้นที่ หรือเฉพาะประเด็น หรือระดับชาติ สามารถทำได้โดยคนในสาขาใดก็ได้ ไม่ใช่ทำได้เฉพาะผู้มาจากภาครัฐเท่านั้น ภาคประชาสังคมก็ทำได้ ภาคธุรกิจก็นำได้ แปลว่าเราทำงานร่วมกันได้
สมัชชาสุขภาพ ไม่ใช่สมัชชาของรัฐที่จะเอาคนของรัฐเข้ามาใส่ ไม่ใช่สมัชชาของประชาชนอย่างเดียว ที่จะเอาแต่เรื่องของประชาชน ไม่ใช่สมัชชาธุรกิจ ที่จะเอาเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจมาใส่ แต่เป็นกลไกกระบวนการที่ทุกภาคส่วน มีเวทีพูดคุยกันอย่างฉันท์มิตร ธุรกิจของคุณศิรินามูลค่าไม่ใช่ร้อยล้าน แต่เป็นหมื่นล้าน เป็นธุรกิจของครอบครัวคือ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด ในห้องนี้รับรองเลยว่า มีคนใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท สหพัฒน์พิบูลย์ จำกัดมากมายมหาศาล ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ คุณศิรินาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในกระบวนการของเรา 3–4 ปี ในนามของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ท่านได้แสดงจุดยืนยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราเห็นได้ว่าปัจจุบันภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคสังคมมากขึ้น
จุดที่ภาคใต้ 14 จังหวัดเข้มแข็งอยู่แล้ว และจะต่อยอดต่อไปได้มีอยู่ 2–3 ประเด็นคือ ประเด็นการขับเคลื่อนด้วยตัวเอง อยากจะย้ำนะครับ ถ้าภาคประชาชนเราสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง รวมตัวทำอะไรด้วยกันเอง อันนี้สุดยอดมาก ไม่ต้องมีใครมารับรอง เป็นการจัดการตัวเองโดยภาคประชาสังคม
ขณะเดียวกันเราก็มีกลไกสมัชชา ที่มีกฎหมายรองรับ แม้จะเป็นกฎหมายที่ออกมาในสมัยรัฐบาลรัฐประหาร แต่กระบวนการต่างๆ เริ่มมาก่อนหน้านั้นเยอะแล้ว ถึงไม่มีรัฐบาลจากการรัฐประหาร กฎหมายนี้ก็คงมาถึงสักวัน เพราะผ่านกระบวนการพูดคุยมาทั่วประเทศ
เราจะทำอย่างไร ที่จะให้ภาคใต้กำหนดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้เอง เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ช่วยกันต่อยอดกันขึ้นมา สไลด์ที่ฉายเมื่อคืนนี้ เป็นงานวิชาการเชิงสังคมที่ดีมากชิ้นหนึ่ง เป็นการถอดแผนพัฒนาภาคใต้ออกมาให้เห็นกันชัดๆ ดูแล้วไม่ทราบว่าเป็นแผนพัฒนาฉบับนักธุรกิจหรือเปล่า ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมแค่ไหน เห็นภาพง่ายๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทีนี้ถ้าเราจะต่อยอดขึ้นไปอีก ก็ตั้งคำถามว่า สมัชชาสุขภาพ 14 จังหวัดภาคใต้ หรืออาจจะจัดตั้งตัวเองเป็นสมัชชาปฏิรูปแห่งประเทศไทย เพื่อทำแผนพัฒนาภาคใต้ได้หรือไม่ จะต้องมีมติสมัชชารับรองอีกหรือไม่ ภาคใต้ 14 จังหวัด จะจัดตั้งเป็นสมัชชาปฏิรูป 14 จังหวัดภาคใต้ได้หรือเปล่า แล้วมีมติตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อทำแผนพัฒนาภาคใต้ โดยไม่ต้องรอให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้ง
กำหนดมาเลยว่า ประธานเป็นใคร เอาคนจากที่ไหนมาก็ได้ จากส่วนกลางก็ได้ จากภาคใต้ก็ได้ ที่เราเห็นว่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือ แล้วเอาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เข้ามาได้ เพราะเขาทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับทางการ ให้เขาเข้ามาเป็นกองเลขาฯ เอาสถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมด้วย เอาภาคประชาสังคมมาร่วมด้วย เอามาร่วมกันทำแผนพัฒนาภาคใต้ฉบับพหุภาคี ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จะได้แผนหรือไม่ แต่อยู่ที่กลไกและกระบวนการ ที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง สร้างความร่วมมือ สร้างความร่วมแรงร่วมใจ แผนพัฒนาฉบับนี้จะไปถึงคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ไปถึงที่ไหนหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กลไกและกระบวนการที่ทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมนี่แหละคือที่มาของแผน ที่คนภาคใต้จะยึดเป็นแผนพัฒนาภาคใต้ ไม่ใช่ภาคประชาชนนะครับ แต่เป็นแผนของคนทุกภาคส่วน ใครจะเข้ามาทำอะไรที่นี่ เขาต้องดูแผนพัฒนาฉบับนี้ ถ้าเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของแผนจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้รับผิดชอบในส่วนกลาง จนมาถึงคนในพื้นที่ ก็ไม่น่าจะมีใครมาสงสัยว่า ทำไมเราไม่เอาแผนพัฒนาชาติ อันนี้ผมอยากจะเสนอไว้นะครับ
กลไกของพวกเราจะรุกต่อไปได้หรือไม่ ผมคิดว่าเราต้องเริ่มจากการไม่ตั้งธงไว้ก่อนว่า อันนี้เอาหรือไม่เอา เรามาทำงานเชิงรุกกันต่อ เรามาทำงานด้วยกันดีกว่า เราทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เราอยากได้ ผมอยากจะย้ำกับทุกคน รวมทั้งกับภาคธุรกิจด้วย กับสภาอุตสาหกรรมทั้งหมด ที่เราคุยกันสภาอุตสาหกรรมนี่แหละคือ ผู้เข้ามาลงทุนโครงการต่างๆ เราเอาเข้ามาร่วมกระบวนการจัดทำแผนเลย บอกให้เขารู้ว่าจะมาทำอะไรต้องนึกถึงพวกฉัน อันนี้ก็อยากเสนอไว้ว่า จะทำต่อไปหรือเปล่า
อันหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอให้ 14 จังหวัดภาคใต้ต่อยอดก็คือ การพัฒนาผู้นำ ทั้งสมัชชาปฏิรูปและสมัชชาสุขภาพ เพื่อให้เราสามารถขับเคลื่อนเรื่องอื่นได้ด้วย ผมใช้คำว่าพัฒนาผู้นำ ไม่ได้หมายความว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้เป็นผู้นำ แต่เพื่อให้ทุกคนสามารถต่อยอดไปทำเรื่องอื่นๆ ได้อีก สามารถทำงานที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ เหมือนกับเราเรียนหนังสือ เริ่มมาจากการบวกลบคูณหาร แล้วค่อยมาเรียนหารเชิงซ้อน ตามมาด้วยคำนวณอย่างอื่น ต่อด้วยแคลคูลัส ซึ่งหลายท่านไม่รู้เรื่อง รวมทั้งผมด้วย จะได้ทำงานยากขึ้นเรื่อยๆ ได้ โดยค่อยๆ ต่อขีดความสามารถขึ้นมาจากพื้นฐาน
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เพราะผมเห็นว่าตอนนี้เราสร้างผู้นำได้มากขึ้น ผมเห็นภาวะผู้นำเกิดขึ้นมากมาย เราจะต่อยอดศักยภาพการเป็นผู้นำขึ้นไปเรื่อยๆ การต่อยอดไม่ได้แปลว่า ไปจัดหลักสูตรให้ท่านไปเข้าเรียน ถ้าหากเรายอมรับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาภาคใต้โดยพหุภาคี ตัวกระบวนการทำแผนทั้งหมดของทุกภาคส่วน ที่ต้องรับฟังความคิดเห็น ต้องผ่านกิจกรรมต่างๆ เมื่อทำอย่างนี้ผู้นำต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ภายใต้กระบวนการทำงานร่วมกัน
อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นคนภาคใต้ทำได้ดี คิดว่าสามารถต่อยอดได้ แล้วยังเป็นตัวอย่างภาคอื่นได้ด้วยก็คือ การเข้ามามีส่วนร่วมในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างเข้มแข็ง ผมใช้คำว่าอย่างเข้มแข็ง ไม่ได้หมายความว่าเข้ามาเฉยๆ แต่เข้าไปแล้วต้องแสดงความเห็น ต้องร่วมปรับปรุงระเบียบมติต่างๆ ที่มีการร่างมาอย่างจริงจัง มีข้อมูลพื้นฐานประกอบข้อเสนอ มี 14 จังหวัดสมาชิกยืนอยู่ข้างหลัง แปลว่าเรามีกระบวนการกลุ่ม คราวนี้เป็นกระบวนการกลุ่มที่สำคัญ ท่านเอาระเบียบวาระมาร่วมกันพิจารณาหามติในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
เรามาคุยกันครั้งนี้ ผมเห็นได้ชัด นี่คือตัวอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนของตัวแทนแต่ละจังหวัด เมื่อกระบวนการนี้เดินไปถึงการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ผมเชื่อว่าจะมีการมอบหมายระเบียบวาระต่างๆ ให้ตัวแทนจากภาคใต้รับผิดชอบ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตัวแทนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ สามารถเรียกประชุมตกลงกันตรงนั้นได้เลยว่า ประเด็นนั้นๆ เราจะเอาอย่างไร อันนี้ผมเชื่อว่าเราเคยทำกันมาแล้ ว
เราจะทำอย่างไรให้กระบวนการการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติ ทำให้เป็นตัวอย่าง พอคนภาคใต้ 14 จังหวัดพูดปั๊บ คนนี้สนับสนุน คนนั้นสนับสนุน ต่างจากภาคอื่นที่พอลุกขึ้นพูดขึ้นมา คนฟังก็เงียบๆ ถ้าวันหนึ่งถูกรุกจนอยู่กันไม่ได้ จะทำกันอย่างไร
ผมขอเปรียบเทียบกับการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ภูมิภาคที่เข้มแข็งที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแอฟริกา ด้วยสภาพภูมิภาคที่มีความล้าหลัง ด้อยพัฒนา จึงมีการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญจะมีเหตุการณ์ Africa one voice เกิดขึ้นตลอด ทุกวันตอนเช้าก่อนการประชุมสมัชชาสุขภาพโลก รัฐมนตรีจากแอฟริกา 40 ประเทศ จะประชุมกันทุกเช้า นำเอาประเด็นสำคัญต่างๆ มาพูดคุยกัน
ประเด็นใดที่แอฟริกาต้องการ มีโอกาสน้อยมากที่เขาจะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะเขามีสมาชิกมากกว่า 40 ประเทศ เป็นภูมิภาคที่ใหญ่มาก นอกจากนี้เขายังล็อบบี้ภูมิภาคอื่นๆ ที่ไม่ค่อยมีการร่วมตัวให้สนับสนุน พอภูมิภาคอื่นสนับสนุนแอฟริกาเราก็เอาด้วย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเรา มีประเทศสมาชิก 10 ประเทศเท่านั้น เราต้องร่วมมือกับภูมิภาคอื่นในบางเรื่อง ก็หวังว่าทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะหาผู้นำจากภาคใต้ไปดูการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสักครั้ง จะได้เห็นว่าเขามีวิธีการทำงานอย่างไร
ผมเคยพูดว่า ผมกลัวการทำงานของภาคใต้ ผมกลัวว่าจะสมัชชาสุขภาพภาคใต้จะไปยึดสมัชชาแห่งชาติ แต่เป็นความกลัวที่มีความสุข ที่บอกว่าสมัชชาภาคใต้จะยึดสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินั้น ท่านทำอยู่แล้ว การเตรียมตัวให้พร้อมที่เข้าร่วมประชุมพิจารณามติ นั่นคือการเตรียมการเข้าไปยึดสมัชชาชาติ ไม่ใช่เอามาเป็นสมบัติส่วนตัว แต่เป็นการเข้าไปมีบทบาท ด้วยความเข้มแข็ง
เหมือนประเทศไทยเรา ส่งทีมไปประชุมสมัชชาอนามัยโลกเยอะประมาณ 40–50 คน เราเอาคนเข้าร่วมประชุมทุกระเบียบวาระ ต้องทำงานกันอย่างหนัก เราใช้เวทีตรงนี้พัฒนาศักยภาพผู้นำ ถ้าท่านเป็นผู้นำเข้าไปพูดในที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก สิ่งที่จะได้รับก็คือ ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นทันที
ท่านสามารถเตรียมการส่งคนเข้าไปนำการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งไม่ผิดหลัก อีก 2 ปีข้างหน้าคนจากภาคประชาสังคม น่าจะเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในส่วนของภาคใต้ผมเห็นผู้นำอยู่หลายคน แม้แต่คุณเจริญ โต๊ะอีแต ผู้นำชาวประมงพื้นบ้านจากอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็สามารถเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้
ถ้าหากเราสามารถผลักดันให้คุณเจริญ โต๊ะอีแต เป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ อันนี้เป็นเรื่องเลย เพราะคณะเจริญ โต๊ะอีแต ไม่ใช่ตัวแทนจากภาคประชาสังคมธรรมดา แต่เป็นคนจากภาคประชาสังคมที่เข้าถึงข้อมูลในชุมชน เป็นประชาชนที่มาจากชุมชนจริงๆ ผมดูจากภาวะผู้นำแล้ว คุณเจริญ โต๊ะอีแต เป็นได้
อาจารย์กรรณิการ์ บันเทิงจิตร หน้าซีดเลย เพราะหากประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีที่มาหลากหลาย ฝ่ายที่หนักที่สุดคือฝ่ายเลขานุการ ดูแล้วคุณเจริญ โต๊ะอีแต น่าจะเข้าใจกระบวนการสมัชชามากที่สุดด้วย ผมไม่ใช่เชียร์คุณเจริญ โต๊ะอีแต ท่านทั้งหลายในที่นี้นี่แหละ ที่สามารถตกลงกันใน 14 จังหวัดภาคใต้ ขอส่งคนนี้ในนามของภาคประชาสังคมภาคใต้ เข้าประกวดเป็นประธานสมัชชาสุขภาพในอีก 2 ปีข้างหน้า เตรียมการเลยครับ เมื่อถึงตอนนั้น ท่านจะประสบความสำเร็จ จากการเข้าไปมีส่วนร่วมกันอย่างเข็มแข็ง เป็นความภาคภูมิใจของคนภาคใต้ เป็นตัวอย่างให้ภาคอื่นเห็นว่า ชาวบ้านก็มาเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ ไม่ได้ลดหย่อนศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่าข้าราชการระดับสูงเท่านั้น จะมาเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ หรือต้องเป็นคนรวยเท่านั้นที่จะเป็นได้ ประชาชนเราก็เป็นได้ แล้วก็ไม่ทำให้สมัชชาสุขภาพแห่งชาติกลายเป็นสมัชชาของประชาชน ขอให้เราเอาภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย
เมื่อ 2 วันก่อนเราไปประชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยออกมาสนับสนุนการปฏิรูปอย่างเต็มที่ เพราะภาคธุรกิจเริ่มชูธงต่อต้านการคอร์รัปชั่น ผมแปลกใจมาก เพราะปกติถ้าไม่มีระบบส่งส่วยธุรกิจจะลำบาก บ้านผมทำธุรกิจผมทราบดี ผมเสนอต่อสมัชชาสุขภาพและสมัชชาปฏิรูปว่า เราจะปล่อยให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อสู้อยู่ฝ่ายเดียวละหรือ พวกเราก็ไม่ต้องการการทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่ ถ้าใช่ เราจะทำอย่างไรให้เราได้เข้าไปร่วมกับเขา
ขณะนี้ผมทราบมาว่า พวกเขารวมตัวกันได้ 20 องค์กรแล้ว จะทำอย่างไรให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานปฏิรูปเข้าไปร่วม จะทำอย่างไรให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือสมัชชาปฏิรูป นำภาคีเครือข่ายทั้งหมดทั่วประเทศเข้าไปร่วมกันกับหอการค้าไทยอ ฝ่ายธุรกิจพูดออกมาน่าสนใจมาก ภาคธุรกิจเขากลัวมาก เขาบอกว่าเขากลัวไข้โป้ง
ช่วงที่ริเริ่มเรื่องนี้ ภาคธุรกิจเองกลัวมาก เขาบอกว่าอย่าไปยุ่งเดี๋ยวอันตราย แต่มีผู้นำภาคธุรกิจหลายคน ค่อยๆ พูด ค่อยๆ ผลักดัน เพราะเห็นว่าหากไม่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชั่น ในระยะยาวธุรกิจเองจะไปไม่รอด ทั้งหลายลองคิดดูสิครับ งบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 2 ล้านล้านบาท ผมเชื่อว่ามันหายไปเพราะการคอร์รัปชั่น น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ไม่รวมการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายอีกประมาณ 4 แสนล้านบาท จากงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท งบประมาณส่วนนี้สามารถนำไปพัฒนาประเทศได้มากมาย
ผมอยากเชิญชวนทุกท่าน ดำเนินการ 2 เรื่องหลักๆ 1.แผนพัฒนาภาคใต้ทำกันเองได้หรือเปล่า ทำโดยกระบวนการการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำ เราทำเองจะได้เป็นแผนพัฒนาภาคใต้ที่แท้จริง 2.เตรียมผู้นำชุมชนและภาคประสังคมจากภาคใต้ เข้าไปเป็นประธานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ผมหวังว่ากระบวนการการเรียนรู้ จากการจัดสมัชชาสุขภาพภาคใต้ที่เข้มแข็ง จะนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับชาติต่อไป
อารีด้า สาเม๊าะ ฮัสซัน โตะดง มีณา เหตุหาก
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
(http://www.deepsouthwatch.org/node/2755)
เอกสารพิจารณา ระเบียบวาระในงานสมัชชาสุขภาพภาคใต้ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔
สมัชชาจังหวัดปัตตานี เรื่องการจัดทำเอกสารร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย สมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานี

วันที่ 27 ธันวาคม 2554 เริ่มต้นด้วย " ลดอำนาจรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ปฎิรูปประเทศไทย ฉีกกรอบคิด นำไปสู่สังคมสุขภาวะ " แนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดปัตตานี ณ โรงแรมเซาเทริ์นวิว อ.เมือง จ.ปัตตานี
เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานีซึ่งมีประเด็นร่วมการขับเคลื่อน และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายใน 4 ประเด็นซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เครือข่ายทั้งสามภาคส่วนเห็นร่วมกันว่าเป็นประเด็นสำคัญของคนปัตตานีที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิตจากสถานการณ์ความไม่สงบ ปัญหาโรคติดต่อ ปัญหาคุณภาพอนามัยแม่และเด็ก พฤติกรรมสุขภาพจากการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) ให้ข้อสเนอแนะเพิ่มเติมต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของทั้งสี่ประเด็นพร้อมทั้งเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมในการปฏิรูปสังคมสุขภาวะ และการร่วมกำหนดทิศทางของตนเองด้วยตัวเองโดยกระบวนการสมัชชาสุขภาพ
หลักการ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม หลักคิด หน้าที่ของความเป็นพลเมือง มากกว่า งานที่ทำ การพัฒนาการวิเคราะห์ว่าอะไรที่สำคัญ อะไรคือปัญหา สถานการณ์เป็นยังไง รุนแรงมั้ย มีทุนอะไรเท่าไร ปัจจัยอะไรสำคัญ (คน สภาพแวดล้อม กลไก) แต่ละปัจจัยมีวิธีการอะไร ที่สำคัญๆ จัดลำดับความสัญ ยุทธศาสตร์คือวิธีการสำคัญ เริ่มคิดปัจจัย
แผนยุทธศาสต์ จะบรรลุอะไร และจะต้องใช้วิธีการอะไร การทำแผนยุทธศาสตร์ใช้คำถามหลัก 4 ข้อ อยู่ที่ไหน (สถานการณ์เป็นอย่างไร ขนาดปัญหา สถานการณ์มากน้อยขนาดไหน) จไปไหน(การวางเป้าหมาย สดๆ จะบรรลุผลสำเร็จช่วงเวลาหนึ่งต้องทำแค่ไหน) จะไปอย่างไร (วิธีการ ทำกับใคร ภาคีหลัก ภาคียุทธศาสตร์) ไปถึงรึยัง (ประเมินผลอย่างไร)
แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ในมุม road map มองเห็นจุดหมาย เห็นว่ากว่าจะไปถึงจุดหมายต้องผ่านอะไรบ้าง และต้องใช้เวลาเท่าไร ใช้วิธีการอะไร ในมุมroute map ไปดดยวิธีไหน การวางจุดหมายว่าจะไปถึงไหนขึ้นอยู่กับว่าเรามีทุนอะไรบ้าง
โครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
รายงานกิจกรรม

โครงการแหล่งเรียนรู้อยู่ในสวนสมุนไพร ชุมชนบ้านหัวช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
กิจกรรมถ่ายทอดความรู้และคืนข้อมูลสู่ชุมชนโดยหมอใหญ่ในชุมชนและที่เชิญมาจากนอกชุมชน จัดขึ้นเมื่อวันที่ ณ บ้่านเลขที่ 125 หมู่ 2 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เวลา 14.00 น.-16.00 น.
ยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบึงขุนทะเล
ทางกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บึงขุนทะเล ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรในการปรับภูมิทัศน์ในเขตอนุรักษ์ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของบรรดานกชนิดต่างๆ รวมถึงพันธ์ปลาและพันธ์พืชไม้ต่าง ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์บึงขุนทะเล แลพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกแห่งหนึ่ง โดยการดำเนินการดังกล่าวจากได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครเมืองสุราษฎร์ธานีสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สิ่งแวดล้อม ภาคที่ 14 ประชาชน และภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเตรียมพื้นที่ในการจัดกิจกรรมชมรมยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ ทำกิจกรรมปล่อยพันธ์ปลาคืนสู่ธรรมชาติและปลูกต้นไม้ ร่วมกับภาคต่างๆทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555 โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 800 คน
ยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบึงขุนทะเล
ในการทำแบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหมู่บ้านในครั้งนี้ได้ดำเนินร่วมกับทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยทางกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ร่วมกับทางนักศึกษา ได้ทำแบบสำรวจประมาณ 150 ตัวอย่างสุ่มสำรวจทั้งชุมชน จึงได้รับฟังความคิดเห็นจากหลากหลายความคิด และเมือได้สรุปในการดำเนินการดังกล่าวแล้วจึงพบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 90 เห็นด้วยและให้การสนับสนุนในการดำเนินการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบึงขุนทะเล หลังจากทำแบบสำรวจดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ในการเข้าร่วมกิจกรรม และยังมีผลสืบทอดโดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครเมืองสุราษฎร์ธานี สนับสนุนเครื่องจักรในการปรับภูมิทัศน์ในเขตุอนุรักษ์บึงขุนทะเลหมู่ที่ 1 ร่วมกับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (จัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์บึงขุนทะเล)
โครงการเยาวชนคนสร้างสรรค์ตำบลเกาะแต้ว
ตามที่สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนงบประมาณสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคใต้ ร่วมกับเทศบาลตำบลเกาะแต้ว จัดกิจกรรมโครงการเยาวชนคนสร้างสรรค์ตำบลเกาะแต้ว เพื่อเสริมสร้างทักษะของเยาวชนให้ดำเนินกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่ของตนได้อย่างเหมาะสม และมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาวะทั้งระดับครอบครัว และชุมชน ในโอกาสงานวันเด็กซึ่งเทศบาลตำบลเกาะแต้วจัดขึ้นในวันที่ 13 มกราคม 2555 ณ วัดสามกอง ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เยาวชนมีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการทำงานกับชุมชน จึงได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมนันทนาการเกม อาทิเช่น ปิดตากินกล้วย ยิงปืน ตีกอล์ฟ กินวิบาก เป็นต้น พร้อมทั้งได้ร่วมแจกของขวัญและของรางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
โครงการประชาร่วมใจชุมชนตลาดปลอดภัยและน่าอยู่ : ตลาดเทศวิวัฒน์ 1 เทศบาลเมืองปัตตานี
วันที่ 19 มกราคม 2555 เวลา 09.00-10.30 น. มีกิจกรรมคัดแยกขยะจากชุมชน : ขยะแลกไข่ ขึ้นบริเวณข้างบ้านประธานชุมชน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 13 คน กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้คนในชุมชนคัดแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง เพื่อนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้มาใช้ประโยชน์ โดยนำมาแลกไข่ไก่ กิจกรรมวันนี้ขายขยะได้ 400 บาท หักค่าไข่ไก่จำนวน 40 ฟอง เป็นเงิน 120 บาท เหลือเงินเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาตลาดจำนวน 280 บาท เนื่องจากในวันดังกล่าว มีเหตุการณ์กู้ระเบิดบริเวณถนนเจริญนคร ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมเกิดความกังวล จึงเลิกกิจกรรมก่อนเวลาที่กำหนดไว้ 1 ชั่วโมง
โครงการประชาร่วมใจชุมชนตลาดปลอดภัยและน่าอยู่ : ตลาดเทศวิวัฒน์ 1 เทศบาลเมืองปัตตานี
วันที่ 11-12 มกราคม 2555 ผู้รับผิดชอบโครงการประชาร่วมใจชุมชนตลาดปลอดภัยและน่าอยู่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเวทีถอดบทเรียนโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่ปี 2553-2554 ที่โรงแรมเซ้นจูรี่ปาร์ค กรุงเทพมหานคร ในเวทีนี้มีผู้รับผิดชอบโครงการ และพี่เลี้ยง จากภาคเหนือ อีสาน กลาง และภาคใต้ จำนวน 30 คน เข้าร่วมถอดบทเรียนกระบวนการดำเนินการ และการสนับสนุนของสสส. ก่อนที่โครงการต่าง ๆ จะได้รับทุน มีการละลายพฤติกรรมโดยการพูดคุยกัน และการเล่นเกมส์ มีการจัดกลุ่มย่อยของผู้รับผิดชอบ และพี่เลี้ยงของแต่ละภาค จากนั้นนำข้อสรุปของผู้รับผิดชอบ และพี่เลี้ยงในแต่ละภาพมารวมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำกระบวนการให้กับชุมชนต่าง ๆ ในการรับทุนในปี 2555 ซึ่งในเวทีนี้ทำให้ผู้รับผิดชอบ ได้ทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ว่าอะไรเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้เกิดโครงการ และเห็นแนวทางและเป้าหมายในการทำงานโครงการต่อไปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โครงการสร้างพลังชุมชน เพื่อลดปัญหาขยะมูลฝอย
ประสานงานกับประชาชนในชุมชน แกนนำในชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเยาวชน โดยแบ่งโซนออกเป็น 3 โซน โซนที่ 1 สายหน้าหมู่บ้าน นำโดยผู้ใหญ่บ้านและแกนนำ อสม. ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนวิทยาลัยการอาชีพตะกั่วป่า โซนที่ 2 สายกลางหมู่บ้าน นำโดย สมาชิก อบต.และแกนนำ อสม. ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนโรงเรียนบ้านดอกแดง โซนที่ 3 สายหลังผบ้าน นำโดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและแกนนำ อสม.ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนโรงเรียนตะกั่วป่าคีรีเขตและ กศน.อำเภอตะกั่วป่าโครงการสร้างพลังชุมชน เพื่อลดปัญหาขยะมูลฝอย
ประสานงานกับประชาชนในชุมชน แกนนำในชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเยาวชน โดยแบ่งโซนออกเป็น 3 โซน โซนที่ 1 สายหน้าหมู่บ้าน นำโดยผู้ใหญ่บ้านและแกนนำ อสม. ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนวิทยาลัยการอาชีพตะกั่วป่า สายที่ 2 สายกลางหมู่บ้าน นำโดย สมาชิก อบต.และแกนนำ อสม. ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนโรงเรียนบ้านดอกแดง สายที่ 3 สายหลังผู้ใหญ่บ้านนำโดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและแกนนำ อสม.ตามด้วยประชาชนในพื้นที่และนักเรียนโรงเรียนตะกั่วป่าคีรีเขตและ กศน.อำเภอตะกั่วป่า
ติดตามโครงการล่าสุด
- โครงการแหล่งเรียนรู้อยู่ในสวนสมุนไพร ชุมชนบ้านหัวช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง 27 ส.ค. 54 15.59 | 930 views | 4 replies
- ยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบึงขุนทะเล 21 ก.ย. 54 08.44 | 1139 views | 21 replies
- โครงการเยาวชนคนสร้างสรรค์ตำบลเกาะแต้ว 27 ส.ค. 54 17.51 | 812 views | 7 replies
- โครงการประชาร่วมใจชุมชนตลาดปลอดภัยและน่าอยู่ : ตลาดเทศวิวัฒน์ 1 เทศบาลเมืองปัตตานี 27 ส.ค. 54 15.40 | 2020 views | 57 replies
- โครงการสร้างพลังชุมชน เพื่อลดปัญหาขยะมูลฝอย 6 ก.ย. 54 10.09 | 833 views | 6 replies
- บ้านตลาดร่อนพิบูลย์น่าอยู่ เรียนรู้วัฒนธรรม น้อมนำภูมิปัญญา นำพาสุขพอเพียง 27 ส.ค. 54 17.17 | 1727 views | 49 replies
- โครงการชุมชนน่ามอง บ้านทุ่งรวงทองน่าอยู่ สู่สุขภาพดีถ้วนหน้า 12 ก.ย. 54 16.52 | 721 views | 5 replies
- โครงการร่วมสร้างสรรค์ให้บ้านควนน่าอยู่ ครอบครัวเข้มแข็ง สุขภาพดีถ้วนหน้าและสิ่งแวดล้อมสมดุล หมู่ที่ 7 ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง 12 ก.ย. 54 16.47 | 1017 views | 8 replies
- โครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ หมู่บ้าน ศาลาคงจันทร์ หมู่ที่ 2 ต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 27 ส.ค. 54 15.59 | 1330 views | 26 replies
- โครงการรวมพลังสร้างสรรค์เยาวชนเรียนรู้สู้ภัยพิบัติ 27 ส.ค. 54 20.51 | 2499 views | 19 replies
- มโนราห์บำบัดและการจัดการป่าชุมชนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 27 ส.ค. 54 23.37 | 639 views | 6 replies
- หนองหินน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก พิทักษ์สิ่แวดล้อม 28 ส.ค. 54 12.00 | 996 views | 14 replies
- โครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ 27 ส.ค. 54 12.46 | 796 views | 5 replies
- โครงการ ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนบ้านละเวงน่าอยู่ ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี 27 ส.ค. 54 19.46 | 1329 views | 14 replies
- โครงการหน่ออ่อนแห่งความพอเพียง 28 ส.ค. 54 10.10 | 468 views | 1 replies
ข่าวจากเครือข่าย
ละอุ่นพร้อมจัดงานเปิดเมืองกินฟรี ครั้งที่ 4 27-29 ม.ค.นี้

อำเภอละอุ่น พร้อมจัดงานเปิดเมืองกินฟรี ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2555
นายพงศพัศณ์ เรืองระพีพรรณ นายอำเภอละอุ่น เปิดเผยว่า ตามที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน และผู้นำชุมชนทุกตำบลในพื้นที่อำเภอละอุ่นได้กำหนดจัดงานฉลอง 150 ปีเมืองระนอง เปิดเมืองกินฟรี และส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอละอุ่น ครั้งที่ 4 ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2555 ณ บริเวณหน้าโรงเรียนละอุ่นใต้ และตลาดเทศบาลตำบลละอุ่น เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีเมืองระนอง ประชาสัมพันธ์ด้านอาหารพื้นบ้าน ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของอำเภอละอุ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและสร้างรายได้แก่ชุมชนนั้น ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่แล้วสำหรับการต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน โดยเฉพาะวันที่ 28 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นวันเปิดงาน ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เปิดกินฟรีอาหารพื้นบ้านเมนูเด็ดที่เป็นของดีและเอกลักษณ์จากทุกหมู่บ้านของอำเภอละอุ่นกว่า 30 รายการ เช่น อาหารที่ประกอบจากผักเหลียง แกงส้มทุนเรียนปลากะพง ขาไก่เทียมทอด กุ้งทอดใบเล็บครุฑ และผลไม้นานาชนิด รวมทั้งลิ้มรสหวานมันของขนมพบกันหรือขนมจาก เป็นต้น โดยทางคณะกรรมการจัดงานได้จัดเตรียมจานพร้อมช้อนและน้ำดื่ม 1 ขวด ไว้บริการในราคาชุดละ 20 บาท ซึ่งสามารถเลือกชิมอาหารได้ฟรีทุกชนิดที่มีภายในงานโดยไม่จำกัดปริมาณ พร้อมชมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่สนุกสนาน ได้แก่ วิ่งหนีบ / ตีกอล์ฟมะเขือยาว / ดีดลูกสะบ้า เป็นต้น จึงขอเชิญชวนชาวระนอง จังหวัดใกล้เคียงและนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวอำเภอละอุ่นซึ่งเพียบพร้อมด้วยธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ.//
ที่มา :สวท.ระนอง
สปร.จัดเวทีสัมมนาเครือข่าย๗๗จังหวัดรับฟังร่างข้อเสนอสมัชชาปฎิรูปครั้งที่๒/๒๕๕๕

สำนักงานคณะกรรมการปฎิรูปเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(สปร.)จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ"ระดมสมองพัฒนาร่างข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสมัชชาปฎิรูประดับชาติครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ฯ
วันที่ ๒๕-๒๖ ม.ค.๒๕๕๕ "นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ"ประธานจัดงานสมัชชาปฎิรูปประเทศไทยกล่าวต้อนรับแกนนำเครือข่ายวิชาการ/วิชาชีพ ภาครัฐ-การเมือง ประชาสังคม จาก๗๗จังหวัดจำนวน๓๐๐คนโดยใช้เวลาในการระดมสมองร่างข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสมัชชาปฎิรูประดับชาติครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๓๐-๒๑ มี.ค.๑ เม.ย.๒๕๕๕ ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา กทม.ฯ
วันที่ ๒๖ ม.ค.๕๕"ดร.วณี ปิ่นประทีป"รองผู้อำนวยการสำนักงานปฎิรูปฯได้สรุปผลการระดมสมองร่างข้อเสนอ ๗ ระเบียบวาระเพื่อจัดส่งให้อนุวิชาการพัฒนาข้อเสนอร่างที่๒ เสร็จแล้วจัดส่งให้แต่ละจังหวัดเปิดเวทีรับฟังร่างข้อเสนออีกรอบพร้อมกับคัดเลือดตัวแทนพื้นที่ตามสัดส่วนในการเข้าร่วมเวทีสมัชชาปฎิรูปครั้งที่ ๒/๒๕๕๕
เปิดแล้วงานย้อนอดีตตรุษจีนเมืองระนอง

เปิดงานย้อนอดีตตรุษจีนเมืองระนอง มหัศจรรย์ถนนเรืองราษฎร์ คนเข้าร่วมงานแน่นตลอดทั้งถนน คาดว่าตลอด 3 วันที่จัดงาน ยอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 23 มกราคม 2555 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานย้อนอดีตตรุษจีนเมืองระนอง มหัศจรรย์ถนนเรืองราษฎร์ ประจำปี 2555 ที่เทศบาลเมืองระนองได้จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 และครบรอบ 150 ปี เมืองระนอง ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต่างสวมใส่ชุดสีแดงเพื่อความเป็นมงคลเข้าร่วมงานคับคั่ง โดยในพิธีเปิดมีการเชิดสิงโตกวางเจาและการแสดงของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนหมิงซิน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายกเทศมนตรีเมืองระนอง และคณะได้สักการะสิ่งศักสิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายแต่เอี๋ย และร่วมทานเลี้ยงน้ำชาในงานประจำปีของโรงเรียนหมิงซิน
นายสมบุญ ติกวัฒนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองระนอง เปิดเผยว่า งานย้อนอดีตตรุษจีนเมืองระนอง มหัศจรรย์ถนนเรืองราษฎร์นี้ เทศบาลเมืองระนองได้จัดขึ้นต่อเนื่องโดยปีนี้เป็นปีที่ 15 แล้ว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 และครบรอบ 150 ปี เมืองระนอง อีกทั้งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองประเพณีตรุษจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดระนอง ส่งเสริมการค้าขายเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจที่ดีและก่อให้เกิดรายได้แก่ชาวจังหวัดระนอง นอกจากนั้นยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดระนองอีกทางหนึ่งด้วย คาดว่าระยะเวลา 3 วันที่จัดงานคือระหว่างวันที่ 23-25 ม.ค. จะมีจำนวนเงินสะพัดในจังหวัดระนองไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท////
ที่มา :ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองระนอง
รองผู้ว่าราชการระนองเปิดงานประเพณีขึ้นถ้ำประจำปี๒๕๕๕

อบต.ลำเลียงร่วมกับอบจ.ระนองจัดงานประเพณีตรุษจีนขึ้นถ้ำพระขยางค์ปลอดเหล้า-เบียร์ประจำปี๒๕๕๕ วันที่ ๒๓ ม.ค.๕๕"นายประภัสสร์ มาลากาญจน์" รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดงานประเพณีขึ้นถ้ำพระขยางค์ดำบลลำเลียงอำเภอกระบุรีจังหวัด
"นายนภา นทีทอง"นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองกล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอกระบุรีและสร้างรายได้แก่กลุ่มผลิตสินค้าotopพร้อมกับการประกวดพืชผลการเกษตรที่สำคัญมีการจัดขบวนแห่ของแต่ลำบลเพื่อนำเสนอวิถีชุมชนของแต่ละตำบลในงานมีเครือข่ายองค์กรงดเหล้าฉสคล.)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)โดยเครือข่ายประชาสังคมได้ร่วมออกบูธจัดกิจกรรมในการรณรงค์การจัดงานประเพณีปลอดเหล้า-เบียร์ซึงมีการจัดงานระหว่างวันที่๒๒-๒๔ ม.ค.๒๕๕๕ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนองกล่าวขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องที่และองค์กรอกชนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีงานขึ้นถ้ำและการนำเสนอวิถีของดีเมืองกระบุรีพร้อมให้กำลังใจคณะกรรมการจัดงานทุกคนขอให้การจัดจงสำเร็จลุล่วงดังวัตุประสงค์ตามที่นายออบจ.รายงานตลอดไป
ถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ภาคใต้ 2553-2554

เมื่อวันที่ 11-12 มกราคม 2554 ณ โรงแรมเซนจูรี่ปาร์ค กรุงเทพ ทีพัฒนากโครงการร่วมสร้างชุมชและท้องถิ่นให้น่าอยู่ จากทั่งประเทศ ได้มีโอกาสมาสรุปบทเรียนและให้ข้อคิดเห็นต่อกระบวนการการพัฒนาโครงการในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และนำเสนอความต้องการการพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปัญหาอุสรรค จุดแข็ง จุดอ่อนต่อกรรมการบริหารแผนของสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม พร้อมพันนี้ยังได้มีโอกาสพบปะพูคุยกับผู้รับผิดชอบโครงการ ปี2553 และ 2554
ซินเจียยู่อี่ซินนี่อวดใช้ปีมังกรครับ

เครือข่ายประชาสังคมจังหวัดระนองขออวยพรปีใหม่จีนกับทุกท่านที่ได้ใช้บริการเวบไซต์ ค.อสช.ระนองและเวบไซต์ ตนใต้สร้างสุขทุกๆท่านดังนี้เนื่องวาระดิถีขึ้นปีใหม่จีนกระผมนายสุชีพ พัฒน์ทอง**"ขอซินเจียยู่อี่ซินนี่ฮวดใช้"รวยๆๆๆเฮงๆๆจงมีสุขภาพแข็งแรงจงพบแต่ความสุขความเจริญทั้งในหน้าที่การทำงานตลอดไปครับ







