"กลุ่มมวลชนเสื้อสีชมพูจังหวัดระนอง รวมพลังให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี"
กลุ่มมวลชนเสื้อสีชมพูจังหวัดระนอง รวมพลังให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ไม่ยุบสภา และร่วมปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 เม.ย.53 กลุ่มพลังมวลชนเสื้อสีชมพูจังหวัดระนอง ทุกเพศทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ ประมาณ 2,000 คนได้รวมตัวกันที่สวนสุขภาพหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองระนอง พร้อมเขียนข้อความต่าง ๆ ลงบนป้ายผ้าเพื่อร่วมกันปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้บริหารบ้านเมืองต่อไป ไม่ให้มีการยุบสภา แล้วเดินผ่านถนนเรืองราษฎร์ย่านธุรกิจใจกลางเมืองระนองพร้อมเปล่งเสียงให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีตลอดเส้นทาง ไปสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดระนอง โดยมีนายจิรวรรต สังข์เสือ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจในการบริหารบ้านเมืองต่อไป โดยมีนายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นผู้รับมอบ จากนั้นกลุ่มพลังมวลชนได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้วแยกย้ายกันกลับ
นายจิรวรรต กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดวิกฤตสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ จากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ความคิดเห็นแตกต่างกัน ทำให้พี่น้องคนไทยเกิดความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก ก่อให้เกิดการชุมนุมเคลื่อนไหว โดยมีกลุ่มตัวแทนออกมาแสดงพฤติกรรมและวาจาจาบจ้วงเบื้องสูง เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วัน ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น สร้างความวุ่นวายเดือดร้อนในสังคมไทย ประชาชนเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตโดยรวม เศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวชะลอตัว สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล ประชาชนชาวไทยและต่างชาติ เกิดความไม่มั่นใจในสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศ
นายจิรวรรต กล่าวต่อว่า พี่น้องชาวระนองผู้รักสงบ สันติร่วมกันเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวหากให้ผ่านเนิ่นนานไปจะยิ่งสร้างความเสียหายที่ประเมินค่ามิได้ จึงขอร่วมกันเป็นขวัญและกำลังใจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริหารบ้านเมืองให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยความสงบสุข เรียบร้อยดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
นายนิรวัชช์ กล่าวว่า ทางจังหวัดจะรีบส่งหนังสือดังกล่าวไปให้นายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนองอยู่ในความสงบเพื่อชื่อเสียงของจังหวัด ไม่เสียภาพลักษณ์ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด แต่หากพบเห็นสิ่งที่ไม่ปกติหรือผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองของได้แจ้งข่าวสารให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้รับทราบเพื่อจะได้เข้าไปดูแลแก้ไขต่อไป../////

