ฉก.ร.25นายอำเภอละอุ่นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าและตัวแทนประชาชน
นายอำเภอละอุ่นร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติที่นง.3นง.5และตัวแทนประชาชนขึ้นเฮลิคอบเตอร์จากกองทัพภาคที่4เพื่อสำรวจพื้นที่การบุกรุกในเขตพื้นที่อำเภอละอุ่นและรอยต่อจังหวัดชุมพร วันที่ 18กรกฎาคม 2553เวลา09.40-11.00น" นายพงศพัณศ์ เรืองระพีพรรณ"นายอำเภอละอุ่นจังหวัดระนองร้อยเอกวิรัช สังข์เพชร์หัวหน้าฝ่ายข่าวหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่25นายนิรัตน์ พ่วงพีนายบรรลือศักดิ์ สุนบุญเรืองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่นง.3และนง.5นายสุชีพ พัฒน์ทองตัวแทนเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดระนองได้ขึ้นฮอตรวจพื้นที่การบุกรุกป่าในเขตพื้นที่อำเภอละอุ่นจังหวัดระนองและรอยต่อจังหวัดชุมพรพบพื้นที่ที่ประชาชนเข้าไปบุกปลูกยางพารากาแฟและปลูกปาล์มหลายร้อยไร่ นายอำเภอละอุ่นได้ให้นโยบายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรีบดำเนินการผู้ที่บุกรุกป่าพร้อมจัดประชุมฝ่ายความมั่นคงทุกฝ่ายต้องผนึกกำลังร่วมกันในปราบปรามและป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเด็ดขาด
"หัวหน่วยพิทักษ์ป่า"ได้เสนอว่าหลังจากนี้จะมีการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนว่าใครบ้างถือครองก่อนมติครม.ปี2542ภ้าใครอยูหลังมติครม.ปี42ก้จะปฎิบัติตามกฎหมายมาตรา 22พรบ.ป่าไอย่างเฉียบขาดแต่ฝากให้กำนันหรือตัวแทนประชาชนอย่าประท้วงก่อนที่มีการพิสูจน์สิทธิกัน
"นายสุชีพ"เสนอขอให้มีการจัดประชุมร่วมของทุกฝ่ายในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ซึ่งขณะนี้ในเขตอำเภอละอุ่นได้มีการสำรวจข้อมูลการถือครองที่ดินของประชนดังนั้นขอใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลในอำละอุ่นเป็นผู้ร่วมในการพิสูจน์สิทธิการถือครองว่าใครเข้าสอยู่ก่อนมติครม.ปี2542
ร.อ.วิรัช สังขืเพ็ชร์หัวหน้าฝ่ายข่าวหน่วยเพาะกิจกรมทหารราบที่25ขอให้ทุกฝ่ายรายงานความคืบหน้าหลังจากนี้ด้วยว่ามีการดำเนินการไปอย่างไรบ้างแล้วเพื่อเสนอต่อผู้บังคับการและผู้ว่าราชการจังหวัดระนองต่อไป

