ระบบติดตามโครงการ

ระบบติดตามโครงการ ศอ.บต.


ระบบติดตามโครงการอื่น ๆ

เครือข่ายนักติดตามประเมินผล

ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาคีเครือข่ายสุขภาวะประชุมเข้ม..เตรียมกระบวนการขับเคลื่อนเชิงประเด็นเวทีใต้สร้างสุขฯ

@12 ต.ค. 60 11.03

สจรส. ม.อ. ร่วมกับสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมภาคีเครือข่ายงานสุขภาวะภาคใต้ ประชุมเข้มข้นอัพเดทการจัดงานคนใต้สร้างสุข พร้อมเคลื่อนงานเชิงประเด็น

วันนี้ (12 ตุลาคม 2560) ศูนย์วิชาการสร้างสริมสุขภาพภาคใต้ (ศวสต.) สจรส. ม.อ. ร่วมกับสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายงานสุขภาวะภาคใต้ เข้าร่วมกระบวนการขับเคลื่อนงานกว่า 30 เครือข่าย
จัดประชุมเตรียมงานเวทีงานสร้างสุขฯ ประจำปี 2561 ณ.ห้องประชุม 1401 สถาบันการจัดการระบบสุขภาพ (สจรส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

หัวข้อข่าวทั้งหมด


การดำเนินกิจกรรมโครงการ

  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    ช่วงเช้าวันที่ 22 มี.ค.61 มีการบรรยาย “การปฏิบัติการพัฒนาข้อเสนอโครงการสำหรับผู้เสนอโครงการ เพื่อจัดทำกรอบแนวความคิดของโครงการตามกิจกรรมทางกาย” -การส่งเสริมกิจกรรมทางกายวัยเด็ก เยาวชน,-การส่งเสริมกิจกรรมทางกายวัยทำงาน,-การส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ, โดยนายรอมซี  สาและ  นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ.ปัตตานี (พี่เลี้ยงกองทุน สป.สช.จังหวัดป้ตตานี) ช่วงบ่ายวันที่ 22 มี.ค.61มีการบรรยาย “การปฏิบัติการพัฒนาข้อเสนอโครงการสำหรับผู้เสนอโครงการ เพื่อจัดทำกรอบแนวความคิดของโครงการตามกิจกรรมทางกาย” -กิจกรรมต้นแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (บ้าน โรงเรียน องค์กร ชุมชน),-การใช้จักรยานเพื่อสุขภาวะและการวิ่งเพื่อสุขภาพ,โดยนายอับดุลกอเดร์  การีนา  ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.บานา (พี่เลี้ยงกองทุน สป.สช.จังหวัดป้ตตานี) ช่วงเช้าวันที่ 23 มี.ค.61มีการบรรยาย “การปรับปรุงข้อเสนอโครงการผ่านทางระบบ/ เวปไซต์ " -การส่งเสริมกิจกรรมทางกายวัยเด็ก เยาวชน -การส่งเสริมกิจกรรมทางกายวัยทำงาน -การส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ -กิจกรรมต้นแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (บ้าน โรงเรียน องค์กร ชุมชน) -การใช้จักรยานเพื่อสุขภาวะและการวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยนายสุทธิพงษ์  อุสาหะพงษ์สิน ผู้ดูแลระบบ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพ@23 เม.ย. 61 11:56
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    ทางพี่เลี้ยงกองทุน(นำร่อง ) ได้เชิญนายสุทธิพงษ์  อุสาหะพงษ์สิน ผู้ดูแลระบบ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการลงรายละเอียด โครงการกิจกรรมทางกาย ( PA ) ในเวปไซด์ของกองทุนตัวเอง พร้อมข้อซักถามต่างๆ สำหรับกองทุนฯ ที่ยังไม่เข้าใจ ในรายละเอียดดังกล่าว@23 เม.ย. 61 11:38
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดสตูล

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดสตูล

    เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. โดยนางกัลยทรรศน์  ติ้งหวัง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและชี้แจงวัตถุประสงค์การดำเนินงานกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมพี่เลี้ยงให้สามารถพัฒนาโครงการและการติดตามประเมินผลกองทุนได้ และพี่เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจสามารถใช้โปรแกรมในการพัฒนาโครงการและการติดตามโครงการออนไลย์ได้ ซึ่งการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ซึ่งต้องเขียนโครงการให้เงินเหลือไม่เกิน 10%  ซึ่งปัญหาหลักๆตอนนี้คือ 1. กลุ่มองค์กรชาวบ้านไม่กล้าเขียนโครงการเนื่องจากกองทุนเข้มในเรื่องของการอนุมัติโครงการ 2. ไม่มีโครงการที่แนะนำเรื่องการเขียนโครงการ ของหน่วยงาน 3. ปัญหาการแทรกแซงของนักการเมืองท้องถิ่น คุณลิขิต : กระบวนการในการพิจารณาโครงการแต่ละกองทุน อย่าให้โครงการเป็นการพิจารณาของคนคนเดียวให้มีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกลองแผนงานโครงการ และคณะกรรมการต้องมีความหลากหลายมีความชำนาญเฉพาะด้าน คุณกัลยทรรศน์ : ในการพิจารณาโครงการของตนเองจะให้ทุกโครงการซึ่งเป็นโครงการเดิมๆในฐานะกรรมการต้องมีการปรับเพื่อให้โครงการแตกต่างไปจากเดิมมีการต่อยอด และในการทำงานทำแบบเดิมได้แต่อาจเปลี่ยนเป้าหมาย การดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. 2557 กรรมการของทุนต้องรู้อะไรบ้างจำนวน 5 ข้อ 1. ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ? 2. สนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานไหนได้บ้าง? 3. สนับสนุนงบประมาณเรื่องใดได้บ้าง? 4. สนับสนุนได้เท่าไหร่ อย่างไร? 5. หน้าที่อื่นต้องทำอะไรบ้าง? ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๒ ข้อ ๒ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนตำบล ตามกฎหมายว่าด้วยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยเทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ที่ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ “กองทุนหลักประกันสุขภาพ” หมายความว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต “การจัดบริการสาธารณสุข” หมายความว่า การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก ตามที่คณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสำนักงานกำหนด “สถานบริการ” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของเอกชน และของสภากาชาดไทย หน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่างๆและสถานบริการสาธารณสุขอื่นที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดเพิ่มเติม “หน่วยบริการ” หมายความว่า สถานบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ “หน่วยงานสาธารณสุข” หมายความว่า หน่วยงานที่มีภารกิจด้านการสาธารณสุขโดยตรง แต่มิได้เป็นสถานบริการหรือหน่วยงาน เช่น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ส่วนสาธารณสุข เป็นต้น “หน่วยงานอื่น” หมายความว่า หน่วยงานที่มิได้มีภารกิจด้านการสาธารณสุขโดยตรง แต่อาจดำเนินกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพหรือการป้องกันโรคได้ในขอบเขตหนึ่ง เช่น โรงเรียน สถาบันการศึกษา วัด เป็นต้น “กลุ่มหรือองค์ประชาชน” หมายความว่า องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน หรือภาคเอกชน ที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มชมรม สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออื่นตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ซึ่งเป็นการรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมโดยมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหาผลกำไร ทั้งนี้จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ “ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” หมายความว่า ผู้สูงอายุหรือบุคคลอื่นๆที่มีคะแนนประเมินความสามรถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL index) เท่ากับ หรือน้อยกว่า ๑๑ คะแนนซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม และมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขตามชุดสิทธิประโยชน์ในเอกสารแนบท้าย “การบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” หมายความว่าการบริการตามชุดสิทธิประโยชน์ในเอกสารแนบท้าย ที่เป็นการให้บริการ ณ ครัวเรือน หรือที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน หรือที่หน่วยบริการ หรือที่สถานบริการที่ให้บริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยบุคลากรสาธารณสุขหรือผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ “ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน” หมายความว่าศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ หรือศูนย์ที่มีชื่ออย่างอื่นตามข้อ 7 (3) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือที่คณะอนุกรรมการตามข้อ ๘/๑ เห็นชอบ “ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” (Care giver) หมายความว่า บุคคลที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง หรือคณะอนุกรรมการอื่นภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพเห็นชอบ คำนิยามเพิ่มเติม การสร้างเสริมสุขภาพ หมายความว่า การใดๆที่มุ่งกระทำเพื่อสร้างเสริมให้บุคคลมีสุขภาวะทางกาย จิต และสังคมโดยสนับสนุนพฤติกรรมของบุคคล สภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่จะนำไปสู่การมีร่างกายที่แข็งแรงสภาพจิตที่สมบูรณ์ อายุยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดี (พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ การป้องกันโรค หมายความว่า การกระทำหรืองดกระทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคและการป้องกันไม่ให้กลับเป็นซ้ำในกรณีที่หายจากการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ระดับ คือ การป้องกันก่อนการเกิดโรคหรือก่อนการเจ็บป่วย การป้องกันโรคในระยะที่เกิดโรคหรือเจ็บป่วยขึ้นแล้ว และการป้องกันฟื้นฟูสภาพเมื่อหายจากการเจ็บป่วยแล้ว (ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒) การฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต หมายความว่า การเสริมสร้าง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความบกพร่องของร่างกายและจิตใจ ที่ยังไม่มีหรือสูญเสียไปให้เกิดมีขึ้น ให้สามารถเรียนรู้ปฏิบัติงาน และดำรงชีวิตในสังคมได้ เช่น ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชให้สามารถพัฒนาศักยภาพความสามรถช่วยเหลือตนเองและพึ่งตนเองได้มากที่สุด การรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิ หมายความว่า การจัดบริการระดับปฐมภูมิเชิงรุกในชุมชนเป็นโครงการพิเศษนอกเหนือจากการจัดบริการปกติของหน่วยบริการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงบริการมากขึ้นและต้องไม่ซ้ำซ้อนกับงานของหน่วยบริการปฐมภูมิปกติโดยกองทุนควรส่งเสริมประชาชน ๕ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่ ให้สามารถพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพและเข้าถึงการบริการอย่างต่อเนื่องทั่วถึงและเท่าเทียม ข้อ ๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) มีความประสงค์เข้าร่วมบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ (๒) มีการดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในพื้นที่มาก่อนแล้ว และมีการจัดทำแผนและดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการมีส่วนร่วมของภาคีต่างๆในพื้นที่ (๓) มีความพร้อมในการอุดหนุนเงินหรืองบประมาณตามอัตราส่วนที่กำหนด ข้อ ๔ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุน วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ หรือสถานบริการ หรือหน่วยงานสาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่น หรือสนับสนุนและส่งเสริมให้กลุ่มหรือองค์กรประชาชนดำเนินกิจกรรมด้านสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อให้กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ข้อ ๕ เงินหรือทรัพย์สินในกองทุนหลักประกันสุขภาพ ประกอบด้วย (๑) เงินที่ได้รับจัดสรรแต่ละปีจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในส่วนของการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด และสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ได้รับการจัดสรรเป็นเงิน ๔๕ บาท ต่อประชาชนในพื้นที่หนึ่งคน (๒) เงินสมทบจากเงินอุดหนุนหรืองบประมาณที่ได้รับจากองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ (๓) เงินสมทบจากชุมชนหรือกองทุนชุมชนอื่นๆ (๔) รายได้อื่นๆหรือทรัพย์สินที่ได้รับมาในกิจการของกองทุนหลักประกันสุขภาพ ข้อ ๕/๑ นอกจากเงินหรือทรัพย์สินในกองทุนหลักประกันสุขภาพตามข้อ ๕ แล้ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ความเหมาะสม ซึ่งได้แสดงความจำนงเข้าร่วมและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบ ได้รับเงินเพิ่มจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในส่วนค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด ข้อ ๕/๒ ให้เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพตามข้อ ๕ สามารถใช้ในปีงบประมาณถัดๆไปได้และสามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งนี้ภายใต้บังคับของข้อ ๗/๑ ได้ ข้อ ๖ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตกลงสมทบเงินเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพ ไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละของเงินทีได้รับจัดสรรจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดังนี้ (๑) องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดเล็ก สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ (๒) องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ (๓) องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดใหญ่หรือเทศบาลตำบล สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (๔) เทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ข้อ ๗ เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ ให้ใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมเป็นค่าใช้จ่ายตามแผนงาน หรือโครงการหรือกิจกรรม ที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติ ดังนี้ (๑) เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการหรือสถานบริหาร หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต เพื่อให้กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (๒) เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มหรือองค์กรประชาชน หรือหน่วยงานอื่น ในพื้นที่ ได้ดำเนินงานตามแผนงาน หรือโครงการ หรือกิจกรรม เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค ให้แก่สมาชิกหรือประชาชนในพื้นที่ และกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อวัสดุที่มีลักษณะเป็นครุภัณฑ์ให้สนับสนุนได้ในวงเงินไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทต่อโครงการ วัสดุที่มีลักษณะเป็นครุภัณฑ์ที่จัดหาได้ ให้อยู่ในความดูแลและบำรุงรักษาของกลุ่มหรือองค์กรประชาชนหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับการสนับสนุนนั้นๆ (๓) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก ของศูนย์เด็กเล็กหรือศูนย์ชื่ออื่นที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาและดูแลเด็กเล็กในชุมชน หรือศูนย์ชื่ออื่นที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการในชุมชน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด เป็นเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ ของเงินรายรับของกองทุนหลักประกันสุขภาพในแต่ละปีงบประมาณนั้น (๔) เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารหรือพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของเงินรายรับของกองทุนหลักประกันสุขภาพในแต่ละปีงบประมาณนั้น และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อซื้อครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครุภัณฑ์นั้นจะต้องมีราคาไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อหน่วย โดยการจัดซื้อจัดจ้างให้ใช้ระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยอนุโลม และครุภัณฑ์ที่จัดหาได้ ให้อยู่ในความดูแลและบำรุงรักษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ (๕) กรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติในพื้นที่ ให้คณะกรรมการกองทุนพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุขได้ตามความจำเป็น เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์ได้ ข้อ ๗/๑ เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ ตามข้อ ๕/๑ และข้อ ๕/๒ ให้ใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตามชุดสิทธิประโยชน์และอัตราที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน หรือหน่วยบริการ หรือสถานบริการที่จัดบริการ ดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ที่คณะอนุกรรมการตามข้อ ๘/๑ เห็นชอบ ทั้งนี้กรณีที่ใช้เงินกองทุนตามข้อ ๕/๑ และข้อ ๕/๒ ให้คณะอนุกรรมการรายงานให้คณะกรรมการกองทุนทราบ ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายเป็นค่าตอบแทนของบุคลากรที่เกี่ยวข้องตามอัตราที่หน่วยงานที่จัดบริการกำหนดได้และรวมถึงจ่ายเป็นค่าตอบแทนช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ในอัตราที่แตกต่างกันได้ตามอัตราที่หน่วยงานที่จัดบริการกำหนดหรือตามที่คณะอนุกรรมการตามข้อ ๘/๑ กำหนดหรือเห็นชอบ แต่ต้องไม่เกินค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพในแต่ละท้องถิ่นหรือพื้นที่ ประกอบด้วย (๑) ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นประธาน (๒) ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ จำนวน ๒ คน เป็นรองประธาน (๓) สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สภามอบหมายจำนวน ๒ คน เป็นกรรมการ (๔) หัวหน้าหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ เป็นกรรมการ (๕) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ที่คัดเลือกกันเองจำนวน ๒ คน เป็นกรรมการ (๖) ผู้แทนหมู่บ้านหรือชุมชนที่ประชาชนในหมู่บ้าน เป็นกรรมการ หรือชุมชนคัดเลือกกันเอง จำนวนไม่เกิน ๕ คน (๗) ผู้แทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เป็นกรรมการ หรือหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอิสระในพื้นที่ จำนวน ๑ คน (ถ้ามี) (๘) ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าที่อื่นที่ผู้บริหารสูงสุด เป็นกรรมการและเลขานุการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมอบหมาย (๙) ผู้อำนวยการหรือหัวหน้ากองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เป็นคณะกรรมการ หรือส่วนสาธารณสุขหรือที่เรียกชื่ออื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ช่วยเลขานุการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมอบหมาย ให้สาธารณสุขอำเภอ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลในพื้นที่ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุน การคัดเลือกคณะกรรมการตาม (๕) และ (๖) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดประชุมเพื่อให้บุคคลในแต่ละกลุ่มได้คัดเลือกกันเองอย่างเปิดเผยและมีส่วนร่วมของประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด กรณีในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีหน่วยบริการปฐมภูมิมมากกว่า ๒ แห่ง ให้นำหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามวรรคสองมาบังคับใช้เพื่อคัดเลือกหัวหน้า หน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ จำนวน ๒ คนเป็นกรรมการ ให้กรรมการตาม (๑) และ (๓) – (๙) ประชุมคัดเลือกกรรมการตาม (๒) จำนวน ๒ คน จากผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่โดยให้คนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง และอีกคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการพร้อมบันทึกรายงานการประชุมคัดเลือกให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสำนักงานเขตออกคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการกองทุนต่อไป ข้อ ๘/๑ ให้คณะกรรมการกองทุนแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งชื่อ “ คณะอนุกรรมการสนับสนุนการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” มีหน้าที่พิจารณาจัดหากำหนดอัตราการชดเชยค่าบริการ และเห็นชอบให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน หรือหน่วยบริการ หรือสถานบริการ เข้าร่วมจัดบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตามข้อ ๗/๑ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ได้รับบริการตามชุดสิทธิประโยชน์และอัตราที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย เป้าหมายและตัวชี้วัดกองทุนในปี 61 เป้าหมาย ตัวชี้วัด - บริหารจัดการมีประสิทธิภาพ 1.บริหารจัดการเงินคงเหลือไม่เกิน 10% 2.เกิดทีมพี่เลี้ยง(Coaching)  ลงพื้นที่อย่างน้อย 2 ครั้ง 3.เกิดระบบบริหารจัดการกองทุนแบบออนไลน์(www.localfund.happynetwork.org) 4.มีแผนงานอย่างน้อย 5 เรื่องนำร่อง คือ เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด อาหาร/โภชนาการ และกิจกรรมทางกาย นวัตกรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ 1.เกิดนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผ่านกลไกกองทุนสุขภาพตำบลในประเด็นร่วม นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ 1.กองทุนสุขภาพตำบลจัดทำนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพผ่านเครื่องมือธรรมนูญสุขภาพ หรือสถานการณ์สุขภาพในชุมชน 1. เพิ่มขีดความสามารถของคน/กรรมการ/ชุมชน/พี่เลี้ยง 2. เกิดชุดความรู้/นวัตกรรม/ภูมิปัญญา 3. สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย 4. เกิดกติกาชุมชน สิ่งที่กองทุนฯต้องดำเนินการในพื้นที่ 1. บริหารจัดการเงินคงเหลือไม่เกินร้อยละ 10 2. แผนสุขภาพชุมชน 3-5 ปี  แผนประจำปี 3. มีแผนงานนำร่องอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด อาหาร/โภชนาการ และกิจกรรมทางกาย 4. จัดทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อทราบสถานการณ์ชุมชนทุกปี 5. รู้เป้าหมายกองทุน และดำเนินการให้สอดคล้อง 6. รู้เป้าหมาย/และตัวชี้วัดของกองทุน ปี 2561 7. จัดการระบบข้อมูลผ่านอิเลคโทรนิคไฟล์ให้เป็นปัจจุบัน 8. ประเมินตนเองปีละครั้ง 9. จัดทำเป้าหมายธรรมนูญสุขภาพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน 10. จะมีพี่เลี้ยงติดตามทุกกองทุนฯ อย่างน้อย 2 ครั้ง/กองทุนฯ 11. ระบบการตรวจสอบจากตรวจสอบผ่านทางอินเตอร์เน็ต สิ่งที่ต้องดำเนินการในปี 61 1. แผนการดำเนินงาน 3-4 ปี / แผนประจำปี 2. จัดทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อทราบสถานการณ์ชุมชนทุกปี 3. รู้เป้าหมายกองทุน และดำเนินการให้สอดคล้อง 4. รู้เป้าหมาย/และตัวชี้วัดของกองทุน ปี 2561 5. จัดการระบบข้อมูลผ่านอิเลคโทรนิคไฟล์ให้เป็นปัจจุบัน 6. ประเมินตนเองปีละครั้ง 7. จัดทำเป้าหมายธรรมนูญสุขภาพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน 8. จะมีพี่เลี้ยงติดตามทุกกองทุนฯ 9. ระบบการตรวจสอบจากตรวจสอบผ่านทางอินเตอร์เน็ต คำถามที่พบบ่อย 1. ทำไมต้องมีกองทุนหลักประกันสุขภาพ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๗ เพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับบุคคลในพื้นที่ โดยส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น ให้คณะกรรมการสนับสนุนและประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้องค์กรดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยให้ได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุน 2. กองทุนหลักประกันสุขภาพใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ใช้จ่ายได้เกือบทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ตามประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  เรื่อง การจัดบริการสาธารณสุขของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. 2557 (หน้า 184) 3. หน้าที่คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพควรมีอะไรบ้าง 1. พิจารณาอนุมัติแผนงาน หรือโครงการ หรือกิจกรรม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ 2. ออกระเบียบที่จำเป็นในการบริหารกองทุนฯ 4. ควบคุมและกำกับดูแลการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการทำบัญชีฯ (อบต.ทำ) 5. กำกับดูแลให้หน่วยงาน หรือกลุ่ม หรือองค์กร ที่ได้รับอนุมัติ ตามข้อ 7 ดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ได้รับอนุมัติ (หน้า 23 ) 6. สนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย( 5 กลุ่ม หน้า 16) เข้าถึงบริการสาธารณสุข 7. ให้คำแนะนำในการจัดทำข้อมูล และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหาสาธารณสุข... 8. พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดทำรายงานสรุปฯ ภายในเดือน ธันวาคม ของทุกปี 9. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน แลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาของแต่ละกองทุน อบต.น้ำผุด ขาดเจ้าหน้าที่ในการดำเนินงาน ทำงานไม่ทัน ในส่วนโครงการจะมีปัญหาโครงการของ รพ.สต. ซึ่งส่วนใหญ่กิจกรรมมีความซ้ำซ้อน เช่นส่วนใหญ่จะมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องและจะมีค่าวิทยากร - การติดตามประเมินผลในพื้นที่เป็นชุดคณะกรรมการติดตามทั้งวันจะเบิกค่าอาหารกลางวันได้ - คณะกรรมการยังขาดความเข้าใจในการพิจารณาโครงการ - เสนอให้พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน น้ำผุด ปัญหาของอบต.ละงู นักการเมืองท้องถิ่นแทรกแซง ตำบลละงูมีพื้นที่กว้าง ประชากรเยอะ คีย์ข้อมูลไม่ทัน หลักการทำแผน : แผนที่ดีต้องตอบคำถาม 4 ข้อ 1. อยู่ไหน 2. ไปอย่างไร 3. จะไปไหน 4. ไปถึงอย่างไร ช่วงบ่ายทำความเข้าใจเวบไซค์@23 เม.ย. 61 11:21
  • บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    กิจกรรมประกวดสื่อประชาสัมพันธ์@23 เม.ย. 61 11:10
  • บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    กิจกรรมประกวดสื่อประชาสัมพันธ์@23 เม.ย. 61 11:10
  • การจัดการปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สารเสพติด

    ข้อมูลนำเข้า • ได้ดำเนินการถอดบทเรียนครบแล้ว ทั้ง 5 พื้นที่ คือ สมัชชาสุขภาพ .ตรัง พชอ.สวี จ.ชุมพร ธรรมนูญชุมชน ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีฯ แผนพัฒนาจังหวัดระนอง กองทุนฯ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา อยู่ระหว่างการเรียบเรียงข้อมูลและจัดกลุ่ม และจัดส่งให้ สจรส.ภายในวันที่ 8 มี.ค. 2561 กำหนดรูปแบบห้องย่อย วันที่ 29 มี.ค. 2561 เวลา 09.00 – 12.00 น. รูปแบบ • ช่วงที่ 1 โชว์ : มูลนิธิโอโซนนำเสนอบทเรียน/ข้อค้นพบ การสนับสนุนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่10 ประเด็นการจัดการด้านยาเสพติดโดยชุมชน • ช่วงที่ 2 แชร์ : ผู้แทนจากระบบสุขภาพ ทั้ง 4 พื้นที่ นำเสนอการจัดการปัจจัยเสี่ยงโดยระบบสุขภาพ เสนอแนะโดยนักวิชาการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น • ช่วงที่ 3 เชื่อม : พิจารณาและพัฒนาข้อเสนอต่อระบบสร้างเสริมสุขภาพ และรับรองมติสมัชชาเครือข่ายด้านการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพภาคใต้ • กำหนดการห้องย่อย เวลา กิจกรรม หมายเหตุ 09.00 – 09.10 น. ชี้แจงวัตถุประสงค์ห้องย่อย โดย • นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ 09.10 – 09.20 น. แชร์ : บทเรียนการสนับสนุนกระบวนสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 โดย • ผู้แทนจากมูลนิธิโอโซน 09.20 – 11.20 น. โชว์ : นำเสนอพื้นที่ลดปัจจัยเสี่ยงโดยระบบสุขภาพ • ประเด็นท้องไม่พร้อมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา • ประเด็นเหล้ากับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอสวี จังหวัดชุมพร • ประเด็นบุหรี่กับสมัชชาสุขภาพ จังหวัดตรัง • ประเด็นเหล้า อุบัติเหตุ กับแผนพัฒนาจังหวัดระนอง นำเสนอประเด็นละ 10 นาที ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะ 5 นาที แลกเปลี่ยนความเห็น/พัฒนาข้อเสนอ 15 นาที 11.20 – 12.00น. เชื่อม : กระบวนการสมัชชาสุขภาพ ประเด็นการพัฒนาข้อเสนอเพื่อการปฎิรูประบบการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน บทบาทหน้าที่ • ดำเนินรายการห้องย่อย โดย นางสาวกมลวรรณ จิตหวัง สคล.พังงา/นายณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ สคล.ใต้ล่าง • บันทึกการประชุม โดย นางสาวธนิตา เขียวหอม สคล.ใต้ล่าง นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล สคล.ใต้บน • ควบคุม/กำกับ โดย พี่บูรณ์ ทีมสื่อกระบี่ • ลงทะเบียน โดย โอ๋ สคล.สงขลา • เชิญผู้เข้าร่วม โดย นางสาววรรณา อ่อนประสงค์ ม.เพื่อนหญิง • กระตุ้นการเรียนรู้ โดย นางละมัย ลาปังปุเลา จ.สตูลและทีม ม.โอโซน การเชิญเครือข่ายเข้าร่วมงาน/ห้องย่อย • ผู้ประสานงาน จังหวัดละ 1 ท่าน • เครือข่ายจังหวัดละ 5 ท่าน • ทีมจัดการ 15 คน • เครือข่ายงดเหล้า 8 คน • กำหนดส่งรายชื่อภายในวันที่ 10 มี.ค. 61 คุณสมบัติของเครือข่ายที่จะเชิญเข้าร่วม • เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินงานในพื้นที่ • สามารถกลับไปพัฒนาและต่อยอดการทำงานได้ • ร่วมในห้องย่อยปัจจัยเสี่ยงและภัยพิบัติ ซุ้มแสดงนิทรรศการ • จำนวน 2 ซุ้ม แบ่งเป็น 1.)แสดงผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายสุขภาพ 2.)ผลงานทางวิชาการเครือข่ายการลดปัจจัยเสี่ยง โดยระบบสุขภาพ และมีหนูจุก 1 ตัว • ผลิตเข็มกลัดจำนวน 150 ชิ้น X 20 บาท = 3,000 บาท โดยคุณแสงนภา หลีรัตนะ สคล.ชุมพร อุปกรณ์ในห้องย่อย • โปรเจคเตอร์+จอ • ไมค์ 4 ตัว • เวทีนำเสนอ เก้าอี้ 5 ตัว+โต๊ะ1 ตัว • โต๊ะสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ตัว เก้าอี้ 4 ตัว • โต๊ะลงทะเบียน 1 ตัว • เก้าอี้สำหรับผู้เข้าร่วม 150 ตัว • วัสดุสิ้นเปลือง กระดาษบรู๊ฟ ปากกาเคมี สีเทียน โพสอิส ปากกา กระดาษกาว กระดาษ A4 งบประมาณห้องย่อย 10,000 บาท • สนับสนุนเครือข่าย เพื่อผลิตนิทรรศการ 5 ประเด็น X 2,000 บาท การพัฒนาข้อเสนอในงานสร้างสุขปี 61 ภาคประชาสังคม • การทำงานกับเด็กต้องมีความอดทน  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  คอยเป็นที่ปรึกษาในทุกเรื่องที่เด็กมีปัญหา  ที่สำคัญคือต้องให้ครอบครัวของเราและครอบครัวของเด็กเข้าใจและให้ความร่วมมือกับเราด้วย • ให้ภาคประชาสังคมดำเนินงานในพื้นทีจากต้นทุนที่มี เช่น งบประมาณในท้องถิ่น จุดแข็งของพื้นที่ ปัจจัยที่เอื้อทั้งด้าน คน องค์กร กฎกติกาชุมชน ให้เข้มแข็งแล้วพัฒนาเป็นต้นแบบหรือโมเดล แล้วสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน/องค์กรทั้งภาครัฐ วิชาการ วิชาชีพ หรือกลไกด้านระบบสุขภาพเพื่อขยายผลและสร้างความเข้มแข็ง • ควรมีการรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อนงาน โดยให้มีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบาย ทั้งระดับชาติ จังหวัด อำเภอ ตำบล • ควรศึกษาและทำความเข้าใจในเป้าหมาย ยุทธ์ศาสตร์ กลไก กิจกรรม ของหน่วยงานด้านสุขภาพหรือระบบสุขภาพในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ วิชาการ วิชาชีพ เพื่อการออกแบบการดำเนินงานให้สอดคล้องและเสริมพลังซึ่งกันและกัน และการบูรณาการการทำงานงานทั้งด้านงบประมาณ พื้นที่ดำเนินการ กิจกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) • ในการสนับสนุนเงินทุนให้กับชุมชนและการติดตามประเมินผลของ สสส. ควรปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน ไม่ควรเน้นเรื่องข้อมูลเอกสารมากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง  ควรเน้นการใช้วิถีชีวิตของชาวบ้านและหนุนเสริมด้วยหลักการใช้ข้อมูลที่ไม่รบกวนเวลาของชาวบ้านมากนัก • ควรลดกฎเกณฑ์เรื่องเอกสารประกอบการเงินที่ยุ่งยาก เช่น การแนบสำเนาบัตรประชาชน ในทุกรายการเบิกจ่าย เพื่อเอื้อให้ชุมชนหรือองค์กรขนาดกลาง เล็ก สามารถดำเนินงานได้อย่างคล่องตัว • ควรเร่งทำความเข้าใจกับกรมสรรพากรให้มีข้อสรุปที่ชัดเจน เรื่องการจัดเก็บภาษีจากเครือข่ายที่รับทุนสนับสนุนจาก สสส. ในกรณีกรมสรรพากรตีความว่าการรับทุนสนับสนุนจาก สสส. เป็นการจ้างทำสินค้า และเป็นรายได้ของผู้รับทุน และให้มีการเสียภาษี ณ ที่จ่าย รวมทั้งมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง การชำระค่าอากรแสตมป์ ค่าปรับในการชำระภาษีล่าช้า • ขอให้ สสส.กำหนดโครงสร้างหรือกลไกการทำงานระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่าง สสส.กับภาคีเครือข่ายได้ง่ายและสะดวกขึ้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) • ในการสนับสนุนเงินทุนให้กับชุมชนและการติดตามประเมินผลของ สปสช. ควรให้ความรู้แก่ชุมชนให้เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของชุมชนและของ สปสช.  วิธีการเขียนโครงการที่มีขั้นตอนชัดเจนมีเหตุผล  เข้าใจวิธีการตรวจสอบทางการเงิน • ควรเร่งทำความเข้าใจและหาข้อสรุปกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ชัดเจน เรื่องระเบียบหรือข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ ด้านงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการให้กับกลุ่ม/องค์กร ในชุมชน เพื่อลดปัญหาทางกฎหมายและการถูกเรียกคืนย้อนหลัง รวมทั้งเพื่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล มีความมั่นใจในการพิจารณาโครงการเพื่อลดปัญหางบประมาณค้างท่อ สำนักงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (สช.) • ในการร่วมงานกับ สช. คิดว่า ทาง สช. ควรเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ทำงานจริงได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนในการทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงคำกล่าวที่ว่า “คนไปไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้ไป” • สนับสนุนให้เกิดกลไกและกระบวนการสร้างฐานความรู้ทางวิชาการทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ที่มากกว่าข้อมูลระดับชาติ • สนับสนุนให้เกิดสมัชชาสุขภาพระดับอำเภอและประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.) • ให้มีการทบทวน สรุปความคืบหน้า มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ • มีมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับผิดชอบโครงการ งบประมาณ ในระดับภูมิภาคและจังหวัด ให้มีคุณสมบัติที่สามารถประสานงานเครือข่ายได้หลากหลาย และมีบุคลิกที่เปิดกว้าง เป็นกัลยาณมิตร สื่อมวลชน • สื่อมวลชนควรทบทวนบทบาท และศีลธรรมจรรยาของตนเอง  ไม่ควรนำเสนอภาพสื่อลามก  ภาพที่ไม่เหมาะสม  สิ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมของชุมชน  และการใช้คำที่ไม่ล่อแหลมสร้างความเข้าใจผิด • สื่อมวลชนควรสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพ และให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องบนฐานข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือได้ มิใช่เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆ • สร้างกระบวนการสื่อสารสาธารณะให้กับเครือข่ายภาคประชาสังคม ภาคพลเมือง เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง • สื่อกระแสหลักและสื่อท้องถิ่น ควรใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบและมีจรรยาบรรณในการสื่อสารสาธารณะ ว่ามีผลต่อการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่ หรือมีผลต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงอย่างไร เช่น การโฆษนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การถ่ายทอดกีฬาบางประเภทที่ส่งเสริมให้เล่นการพนัน โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน กระทรวงสาธารณสุข • ให้กระทรวงกระทรวงสาธารณสุข ขยายระบบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อโรคไวรัสตับอักเสบ ให้ครอบคลุมถึงผู้มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด • ให้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด ด้านการให้บริการการจ่ายยาที่ลดความต้องการใช้สารเสพติด(เมธาโดล) ให้มีสถานที่บริการเฉพาะ ไม่เปิดเผย และขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมระดับอำเภอ รวมทั้งขยายเวลาบริการให้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ข้อเสนอต่อหน่วยงานอื่น • ให้ TPBS เป็นองค์กรสื่อต้นแบบ ในการสื่อสารด้านสุขภาวะ และกระตุ้นให้ประชาชนมีความตระหนักด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ และเพิ่มศักยภาพทั้งด้านจำนวนบุคลากร งบประมาณ ให้กับศูนย์ข่าวระดับภูมิภาค เพื่อให้ภาคประชาชนเข้าถึงสื่อสาธารณะได้ง่ายขึ้น • ให้ กสทช. เข้มงวดในการกำกับ ดูแล ควบคุม การเผยแพร่สื่อ ทั้งสื่อหลัก สื่อท้องถิ่น เช่น เคเบิ้ล จานดาวเทียม ในการนำเสนอรายการที่สื่อไปทางลามกอนาจาร การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่ส่งเสริมให้เกิดการเล่นการพนัน เช่น วัวชน ไก่ชน เป็นต้น@22 เม.ย. 61 11:06
  • การจัดการปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สารเสพติด

     @22 เม.ย. 61 08:48
  • บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    บริหารโครงการการมีส่วนร่วมประชาภาคสังคม (ตัวอย่าง)

    โปรเตอร์ชนะเลิศ ประเด็นที่ 5 กลุ่มโรงเรียนชาวนาอำเภอแว้ง@20 เม.ย. 61 17:17
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการ PA จังหวัดปัตตานี

    เชิญผู้แทนกองทุนฯ จำนวน 13 กองทุนในฐานะพี่เลี้ยงของกองทุนตัวเอง เช่น ปลัดอบต.,ผอ.กองสาธารณสุขฯ,รองปลัด อบต.,หน.สำนักปลัด เป็ฯต้น เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจบทบาทพี่เลี้ยงในการพัฒนาและการติดตามโครงการโดย นายรอมซี สาและ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ (พี่เลี้ยงจังหวัด)  และการอธิบายการพัฒนาและการติดตามโครงการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย ( PA )โดย นายมะรอกี เวาะเลง (พี่เลี้ยงกองทุนอำเภอหนองจิกและผู้ประสานงาน)@18 เม.ย. 61 15:05
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เวทีประชุมติดตามการจัดทำแผนงานและโครงการ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ (ครั้งที่ 2) ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอขุนหาญ ให้แต่ละกองทุนรายงานความความคืบหน้าการพัฒนาแผนงานกิจกรรมทางกาย ซึ่งพบว่า มีแผนงานกิจกรรมทางกาย รวมทั้งสิ้น 12 แผนงาน/กองทุน และติดตามกองทุนที่ยังไม่พัฒนาแผนงานกิจกรรมทางกายในระบบออนไลน์ จำนวน 1 กองทุน คือ กองทุนสุขภาพตำบลภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พบว่า อยู่ระหว่างการพัฒนาแผนงานกิจกรรมทางกาย แต่ได้พัฒนาข้อเสนอโครงการกิจกรรมทางกายในระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว แต่ละกองทุนรายงานความคืบหน้าการพัฒนาข้อเสนอโครงการการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย  พบว่า มีโครงการรวมทั้งสิ้น 12 โครงการ วัยเด็ก เยาวชน รวม 4 โครงการ   1) โครงการเด็กไทยทำได้ "Aerobic Dane" ตำบลห้วยจันทร์ (อ.ขุนหาญ)   2) ขยับกาย สร้างสุขภาพ ตำบลบักดอง (อ.ขุนหาญ)   3) โครงการลดอ้วน ลดโรค ตำบลโนนสูง (อ.ขุนหาญ)   4) โครงการแอโรบิคเพื่อสุขภาพ ตำบลบักดอง (อ.ขุนหาญ) วัยทำงาน รวม 3 โครงการ     1) โครงการแอโรบิกพลิกสุขภาพแม่บ้าน ตำบลโพธิ์กระสังข์ (อ.ขุนหาญ)     2) โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ขยับกายสบายชีวี ด้วยวิธีเต้นแอโรบิก ตำบลขุนหาญ (อ.ขุนหาญ)     3) โครงการส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย “ฤาษีดัดตน” ตำบลกันทรอม (อ.ขุนหาญ) วัยผู้สูงอายุ รวม 3 โครงการ     1) โครงการผู้สูงอายุเทศบาลตำบลสิร่วมใจ ออกกำลังกายตลอดปี      ชีวีแจ่มใส ตำบลสิ (อ.ขุนหาญ)     2) โครงการตำบลพรานสุขใจ ผู้สูงวัยแข็งแรง ตำบลพราน (อ.ขุนหาญ)     3) โครงการกิจกรรมทางกายเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ตำบลกระหวัน (อ.ขุนหาญ) ต้นแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (บ้าน โรงเรียน องค์กรชุมชน)   - ไม่มีโครงการ การใช้จักรยานเพื่อสุขภาวะและการวิ่งเพื่อสุขภาพ รวม 2 โครงการ ฺ    1) โครงการ Bike for health เทศบาลตำบลขุนหาญ (อ.ขุนหาญ)     2) โครงการปั่นจักยานเพื่อสุขภาพ ตำบลภูฝ้าย (อ.ขุนหาญ) กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ รวม 1 โครงการ - ไม่มีโครงการ@11 เม.ย. 61 11:10
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    จัดเวทีติดตามการจัดทำแผนงานและโครงการ ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขื่องใน แต่ละกองทุนรายงานความความคืบหน้าการพัฒนาแผนงานกิจกรรมทางกาย ซึ่งพบว่า มีแผนงานกิจกรรมทางกายครอบทุกกองทุน รวมทั้งสิ้น 20 แผนงาน/กองทุน ประกอบด้วย อ.เขื่องในครบทั้ง 19 แผนงาน/กองทุน และ อ.พิบูลมังสาหาร มี 1 แผนงาน/กองทุน (เพิ่ม) แต่ละกองทุนรายงานความคืบหน้าการพัฒนาข้อเสนอโครงการการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พบว่ามีโครงการรวมทั้งสิ้นรวม 25 โครงการ วัยเด็ก เยาวชน รวม 10 โครงการ     1)  โครงการค่ายการจัดการเรียนรู้แบบ Active play ผ่านกิจกรรมเครื่องบินพลังยาง ตำบลหัวดอน (อ.เขื่องใน)     2)  โครงการส่งเสริมสุขภาพในวัยรุ่น ตำบลหัวดอน (อ.เขื่องใน)     3)  โครงการละเล่นมอญซ่อนผ้า ตำบลหนองเหล่า (อ.เขื่องใน)     4) โครงการปลูกผักสวนครัวในโรงเรียน ตำบลธาตุน้อย (อ.เขื่องใน)     5)  โครงการพัฒนาการเด็กสมวัย เติมโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ ปี 2561 ตำบลสร้างถ่อ (อ.เขื่องใน)     6) โครงการป้องกันเด็กจมน้ำในเด็กเล็ก ประจำปีงบประมาณ 2561ตำบลสร้างถ่อ (อ.เขื่องใน)     7) โครงการออกกำลังกายครบวงจรเพื่อสุขภาพ ตำบลศรีสุข (อ.เขื่องใน)   โครงการศูนย์เด็กเล็กแอคทีพเพลย์ ตำบลสหธาตุ (อ.เขื่องใน)   9) โครงการเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ ตำบลบ้านกอก (อ.เขื่องใน)   10) โครงการขยับกายสบายชีวี ตำบลกลางใหญ่ (อ.เขื่องใน) วัยทำงาน รวม 4 โครงการ 1) โครงการ บ้านสวยเมืองสุข บ้านบุตร หมู่ 3 ตำบลแดงหม้อ (อ.เขื่องใน) 2) โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแบบบูรณาการในกลุ่มวัยทำงาน บ้า2ท่าไห หมู่ที่ 2 ตำบลท่าไห (อ.เขื่องใน)     3) โครงการตรวจสุขภาพประชาชนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตำบลยางขี้นก (อ.เขื่องใน)     4)  โครงการออกกำลังกายใส่ใจทุกกลุ่มวัย ตำบลห้วยเรือ (อ.เขื่องใน) วัยผู้สูงอายุ รวม 8 โครงการ 1) โครงการ ฒ ไม่เฒ่า ตำบลก่อเอ้ (อ.เขื่องใน) 2) โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย ตำบลแดงหม้อ (อ.เขื่องใน) 3) โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลบ้านไทย (อ.เขื่องใน) 4) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตำบลหัวดอน (อ.เขื่องใน) 5) โครงการขยับกายสบายชีวี ตำบลนาคำใหญ่ (อ.เขื่องใน) 6) โครงการส่งเสริมสุขภาพจิต/สุขภาพร่างกายของประชาชนกลุ่มอายุ18-64ปี ตำบลสร้างถ่อ (อ.เขื่องใน) 7) โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้สูงอายุ ตำบลค้อทอง (อ.เขื่องใน) 8) โครงการผู้สูงวัยรักษ์โลกรักสุขภาพ ตำบลโพธิ์ไทร (อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี) ต้นแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (บ้าน โรงเรียน องค์กรชุมชน) รวม 1 โครงการ     1)  โครงการสถานที่ทำงานส่งเสริมการออกกำลังกาย ตำบลสหธาตุ (อ.เขื่องใน) การใช้จักรยานเพื่อสุขภาวะและการวิ่งเพื่อสุขภาพ รวม 1 โครงการ     1) โครงการวิ่งปั่นสร้างสุข ตำบลโนนรัง (อ.เขื่องใน) กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ รวม 1 โครงการ     1) โครงการลดพุง ลดโรค ตำบลโนนรัง (อ.เขื่องใน)@11 เม.ย. 61 10:33
  • รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    รายงานกิจกรรม สำหรับพี่เลี้ยงโครงการเพิ่มกิจกรรมทางกาย PA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    จัดเวทีติดตามแผนงานและโครงการกิจกรรมทางกาย ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี มีการทบทวนบทบาทพี่เลี้ยงกองทุนในอำเภอเขื่องในเพื่อรับผิดชอบการให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะและติดตามการทำงานของกองทุน จากนั้นอธิบายแนวทางการพัฒนาและการปรับปรุงข้อเสนอโครงการกิจกรรมทางกายและการใช้ระบบงานออนไลน์ โดยให้กรรมการกองทุนฝึกปฏิบัติการใช้ระบบงานออนไลน์ (การพัฒนาข้อเสนอโครงการ การปรับปรุงโครงการ และการติดตามโครงการ)นอกจากนี้พี่เลี้ยงกองทุนแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน โดยยกตัวอย่างการบูรณาการกิจกรรมและการใช้งบประมาณ โครงการกิจกรรมทางกายกับภารกิจของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พบว่า มีการพัฒนาโครงการและบันทึกข้อมูลในระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น กล่าวคือ มีการพัฒนาโครงการและบันทึกข้อมูลในระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2561 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการสถานที่ทำงานส่งเสริมการออกกำลังกาย ตำบลสหธาตุ 2) โครงการ บ้านสวยเมืองสุข บ้านบุตร หมู่ 3 ตำบลแดงหม้อ มีการพัฒนาโครงการและบันทึกข้อมูลในระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นหลังจากวันที่ 9 มีนาคม 2561 จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการวิ่งปั่นสร้างสุข ตำบลโนนรัง 2) โครงการลดพุง ลดโรค ตำบลโนนรัง 3) โครงการขยับกายสบายชีวี ตำบลนาคำใหญ่ 4) โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแบบบูรณาการในกลุ่มวัยทำงาน บ้า2ท่าไห หมู่ที่ 2 ตำบลท่าไห 5) โครงการส่งเสริมสุขภาพจิต/สุขภาพร่างกายของประชาชนกลุ่มอายุ18-64ปี ตำบลสร้างถ่อ@11 เม.ย. 61 10:26