ทหาร ฉก.ร.25 ตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนพบถูกลักลอบตัดไม้หลายจุด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 ธ.ค.52 พ.อ.ทิม เรือนโต เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ( ฉก.ร.25) กองกำลังเทพสตรี พร้อมด้วย ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม ผบ.ร้อย ร.2521 นำกำลังทหารลงเรือหางยาวจำนวน 2 ลำ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนเขตป่าคลองหินกอง-ป่าคลองม่วงกลวง หมู่ที่ 2 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง พบไม้ป่าชายเลนที่ถูกลับลอบตัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-8 นิ้วยาว 3.00 – 3.50 เมตร กองไว้เป็นจุด ๆบนเนินดินใกล้ริมน้ำ จำนวน 48 ท่อน เพื่อง่ายต่อการขนย้ายลงเรือเมื่อน้ำทะเลขึ้น ใกล้กันพบตอไม้ที่ถูกตัดนับร้อยตอ ทั้งที่ตัดใหม่และรอยตัดเก่ากระจายเป็นหย่อม ๆ จึงได้ให้ทหารตรวจยึดไม้และวางกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ไว้
พ.อ.ทิม กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม้ที่ถูกลักลอบตัดส่วนใหญ่เป็นไม้ถั่วขาว โดยนายทุนได้ว่าจ้างให้ชาวบ้านในพื้นที่ตัดโค่นต้นละ 300 บาท เพื่อเอาไปสร้างรีสอร์ตตามเกาะ ต่าง ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่หากตรวจการณ์ทางอากาศจะมองไม่เห็นเนื่องจากผู้ตัดไม้จะเลือกเอาเฉพาะไม้ที่ต้องการเท่านั้น ไม่ได้ตัดเป็นผืนกว้างเหมือนกับป่าบก
ส่วนการตรวจการณ์ทางน้ำก็เช่นเดียวกันเรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ต้องใช้เรือหางยาวขนาดเล็กขับลัดเลาะไปตามลำคลองตอนน้ำทะเลขึ้นเท่านั้น ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามได้ส่งการให้ทหารและกลุ่มมวลชนที่เป็นเครือข่ายได้ตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม และเฝ้าระวังไม่ให้ตัดเพิ่ม เพราะจะทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายมาก พร้อมสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายเต่อไป.
บุตรแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ที่จังหวัดระนอง จดทะเบียนกว่า 4,200 คน

จังหวัดระนอง สรุปมีบุตรแรงงานต่างด้าวยื่นเรื่องจดทะเบียนทำทะเบียนประวัติกว่า 4,200 คน
การจดทะเบียนบุตรแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ได้จดทะเบียนและขอรับใบอนุญาตทำงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 หลังสิ้นสุดเวลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าจังหวัดระนองมีบุตรแรงงานต่างด้าวที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ยื่นเรื่องรายงานตัวและจัดทำทะเบียนประวัติรวมทั้งสิ้น 4,229 คน เป็นผู้มีสัญชาติพม่าทั้งหมด อำเภอเมืองระนองมากที่สุด จำนวน 2,700 คน รองลงมาอำเภอกระบุรี จำนวน 602 คน เทศบาลเมืองระนอง จำนวน 523 คน อำเภอละอุ่น จำนวน 285 คน อำเภอสุขสำราญ จำนวน 68 คน และน้อยที่สุดคืออำเภอกะเปอร์ จำนวน 51 คน
เฉพาะในส่วนของอำเภอเมืองระนอง จะสามารถทราบยอดที่ชัดเจนได้หลังจากวันที่ 28 ธันวาคมไปแล้ว เนื่องจากแม้จะสิ้นสุดการยื่นเอกสารเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2552 แต่การถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวบุตรแรงงานต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่ 5-15 ปี จะไปสิ้นสุดในวันที่ 28 ธันวาคมนี้
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า การจดทะเบียนบุตรแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่บิดาหรือมารดาได้รับอนุญาตให้ทำงานถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการยอมรับความจริง เนื่องจากเด็กเหล่านี้อยู่กับพ่อแม่อยู่แล้ว เมื่อเข้ามาอยู่ในระบบจะทำให้การตรวจสอบ ควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ขอให้นายจ้าง/ผู้ประกอบการนำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่ได้จดทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 ที่ตกค้างการตรวจสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข ไปยื่นคำขออนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดระนอง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553....//////
นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายสวัสดิการชุมชนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ

วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายสวัสดิการชุมชน ผ่านระบบการประชุมทางไกล Video Conference ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน ซึ่งจัดประชุมเป็นครั้งแรก โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้กล่าวรายงานความคืบหน้าของโครงการสวัสดิการชุมชน
นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะให้ประชาชนมีหลักประกันและคุณภาพชีวิตที่ดี จึงได้ผลักดันนโยบายของรัฐทั้งด้านการสึกษา การรักษาพยาบาล สวัสดิการผู้สูงอายุ เบี้ยอาชีพ รวมทั้งเรื่องสวัสดิการชุมชนซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ที่ได้จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๓ จำนวน ๗๒๗.๓ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน โดยจะมีการสมทบกองทุนให้กับ ๓,๑๕๕ กองทุนที่ดำเนินการอย่างเข้มแข็งแล้ว และสมทบการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งใหม่ ๒,๐๐๐ กองทุน หลักการหลักการสำคัญคือรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเท่าที่ภาคประชาชนจ่ายเข้ากองทุน แต่ไม่เกิน ๓๖๕ บาทต่อคนต่อปี หมายถึงประชาชนจ่าย ๑ ส่วน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑ ส่วน และรัฐบาล ๑ ส่วน ทั้งนี้การดำเนินงานแบ่งเป็นสองระยะ ระยะที่ ๑ คือการ
สมทบกองทุนที่ได้ดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ในเรื่องการสมทบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากมีข้อขัดข้องก็จะมีการหารือในคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพื่อแก้ปัญหาข้อติดขัด สำหรับหลักเกณฑ์การสมทบกองทุนนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เกณฑ์สำคัญคือ ๑.เป็นกองทุนระดับตำบลที่มีการดำเนินงานมาจนครบหนึ่งปี ๒.สมาชิกกองทุนกระจายอยู่ในทุกหมู่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบของอบต.หรือชุมชนในเขตเทศบาลอย่างน้อยร้อยละ ๕๐% ของหมู่บ้านหรือชุมชน ๓.สมาชิกร่วมสมทบกองทุนและได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔.กองทุนมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และ ๕ มีการจัดสวัสดิการให่สมาชิกไม่น้อยกว่าสามอย่าง เช่นคลอดบุตร เจ็บป่วยและเสียชีวิตเป็นต้น ในด้านกองทุนใหม่ ให้มีคุณสมบัติเดียวกับที่กล่าวมา และให้มีสมาชิกเริ่มต้นไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน
สำหรับระยะที่ ๒ จะเน้นเรื่องการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนคือกลไก ๓ ระดับ คือคณะกรรมการระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตามด้วยคณะกรรมการระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งและกทม. และกรรมการระดับตำบลที่ประชาชนจัดตั้งกันเอง ซึ่งการขยายผลสวัสดิการชุมชนให้เต็มพื้นที่ทั้งเมืองและชนบทผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ จึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ เรื่องคือ
๑. จัดทีมงานระดับจังหวัดทำงานพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนร่วมกับภาคประชาชน
๒. สร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้ตำบลและเทศบาลจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตามความพร้อมของชุมชน
๓. ประสานและสร้างความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔. จัดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
กองทัพบก รับนักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปี 2553

กองทัพบกรับสมัครบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปี 2553 หลักสูตร 1 ปี
กองทัพบก โดยกรมยุทธศึกษาทหารบก มีความประสงค์จะเปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปี 2553 หลักสูตร 1 ปี เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นสิบตรีประจำการในเหล่าต่าง ๆ ของกองทัพบก เริ่มจำหน่ายใบสมัครที่กองบัญชาการกองทัพภาค มณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2553 และที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2553 เว้นวันหยุดราชการ และตั้งแต่วันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2553 ไม่เว้นวันหยุดราชการ พื้นที่ภาคใต้ เปิดรับสมัครที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2553 และกองบังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร จังหวัดชุมพร วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 และส่วนกลางที่กรมยุทธศึกษาทหารบก กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2553 ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ประเภทของผู้สมัคร บุคคลพลเรือนชาย อายุ 17-22 ปี ไม่รับสมัครผู้ที่จะเข้ารับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการในปี 2553 ยกเว้นผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป ทหารกองประจำการ พลทหารประจำการ(พลอาสาสมัคร) และอาสาสมัครทหารพรานในส่วนของกองทัพบก อายุไม่เกิน 24 ปี คุณสมบัติของผู้สมัคร สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ สายอาชีพหรือเทียบเท่า เป็นชายโสด มีสัญชาติไทย และบิดา มารดาต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2243-6124 ถึง 6 ../////////
สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน จัดงานรำลึกครบรอบ 5 ปี สึนามิ

สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานรำลึกครบรอบ 5 ปี สึนามิ บริเวณอนุสรณ์สถานเหตุการณ์สึนามิ หาดประพาส อ.สุขสำราญ จ.ระนอง
นายวิสัย คงแก้ว รักษาการแทนหัวหน้าสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน เปิดเผยว่า สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กำหนดจัดงานครบรอบ 5 ปี สึนามิ ในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552 เวลา 09.30 น. ณ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดัน และบริเวณอนุสรณ์สถานเหตุการณ์สึนามิ บริเวณหาดประพาส หมู่ที่ 1 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เพื่อทำบุญอุทิศให้แก่เจ้าหน้าที่ของสถานีและครอบครัวที่เสียชีวิตจากคลื่นยักษ์สึนามิ จำนวน 10 คน และชาวบ้านทับเหนือ (หาดประพาส) อีก 49 คน และรำลึกถึงเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 โดยจัดให้มีพิธีทางศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม และพิธีวางดอกไม้ไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต
จังหวัดระนองเตรียมจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์

จังหวัดระนองกำหนดจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2552 ณ โรงเรียนบ้านคลองของ หมู่ที่ 6 ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
นายวรพงษ์ กลางประพันธ์ เกษตรจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จังหวัดระนองกำหนดจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2552 ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ณ บริเวณสนามหน้าโรงเรียนบ้านคลองของ หมู่ที่ 6 ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เพื่อให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่แบบครบวงจรตามความต้องการของเกษตรกร โดยความร่วมมือของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและบูรณาการร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดระนอง ออกให้บริการประชาชนตามโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน
กิจกรรมในงานประกอบด้วย การให้บริการคลินิกเกษตร 8 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกดิน คลินิกบัญชี คลินิกสหกรณ์ คลินิกกฎหมาย (ส.ป.ก.) คลินิกชลประทาน และให้บริการต่าง ๆ เช่น นิทรรศการเกี่ยวกับยางพารา การผลิตพืชปลอดภัย การให้คำปรึกษาแนะนำด้านการผลิตพืช บริการตรวจวินิจฉัยโรคพืช นิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดิน การทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ การตรวจวิเคราะห์ดิน แจกสารเร่ง พด.1 - พด.7 นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง นิทรรศการเกี่ยวกับสหกรณ์ นิทรรศการสายใยรักแห่งครอบครัว และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ไปรับบริการตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ในวันเวลาข้างต้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด ทั้งนี้ ขอให้นำบัตรประชาชนไปยื่นขอรับบริการด้วย
ประชุมสัมนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.ระนอง

สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดระนองจัดประชุมกิจการสภาการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของชุมชนจังหวัดระนอง
วันนี้ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดระนอง ได้จัดประชุมตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของชุมชนจังหวัดระนอง ณ ห้องประชุมโรงแรมไอเฟลอินท์ อ.เมือง จ.ระนอง สนับสนุนโดยสภาพัฒนาการเมืองมีประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมจำนวน ๕๐ ท่าน
นายวิทยา สุวรรณสอง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดระนองได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการจัดประชุมในวันนี้ ซึ่งได้รับงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการเมืองจากสภาพัฒนาการเมืองสถาบันพระปกเกล้า เพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยและการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองให้เข้าใจเรื่องระบอบประธิปไตยแบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน และมีการจัดเวทีประชาธิปไตยในระดับตำบลนำร่องใน ๕ อำเภอ ของจังหวัดระนอง
ต่อด้วยหัวหน้าฝ่ายแผนสำนักงานจังหวัดระนอง ได้บรรยายการทำงานและบทบาทหน้าที่ของสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อเป็นสภาที่ช่วยกลั้นกรองแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนาท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นของจังหวัดระนองถือว่า พรบ.สภาองค์กรชุมชนนั้นดีมาก เพราะว่าเป็นสภาที่ถูกต้องตามกฎหมายในการให้ความเห็นแผนงานต่างแบบมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ดังนั้นขอให้ใช้ประโยชน์จาก พรบ.ให้มากที่สุด
นายสุวิทย์ แก้วเหล็ก พัฒนาการจังหวัดระนองร่วมเป็นวิทยากรใความรู้เรื่องการเชื่อมแผนชุมชนซึ่งทุกหมู่บ้าน ได้จัดทำแผนชุมชนดังนั้นสภาองค์กรชุมชนตำบลมีหน้าที่ให้ความเห็นและกลั้นกรองแผนชุมชนเพื่อส่งต่อท้องในการพัฒนาชุมชนในลำดับต่อไป
"นางมณเทียร ธรรมวัฒ" สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดระนอง ได้ขยายทำความเข้าใจบทบาทการหนุนเสริมการของสภาพัฒนาการ ในการจัดเวทีประชาธิปไตยหรือกิจกรรมการเมืองภาคพลเมือง จังหวัดระนองได้รับงบประมาณในการจัดเวทีประชาธิปไตยนำร่องใน ๕ ตำบลของ ๕ อำเภอของจังหวัดระนอง ซึ่งทางสภาพัฒนาการเมืองโอนงบมาให้ตำบลละ ๘๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลืออีกตำบลละ ๒๐.๐๐๐ บาทนั้นเอาใว้ให้มีการประชุมติดตามประเมินผลการจัดเวทีแต่ละตำบล โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเป็นผู้ลงประเมิน ดังนั้นขอฝากให้แต่ละตำบลที่ถูกเสนอพื้นที่นั้นช่วยดูรายละเอียดทั้งเนื้อหากระบวนการต้องชัดเจนก่อนจัดเวทีตำบลไหนไม่เข้าใจขอให้ประสานที่คุณมณเทียรได้ตลอด
พมจ.ระนอง ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระนองจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชนจังหวัดระนอง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระนอง
เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระนองมีการประชุม (video comference) โดย "ท่านนิรวัชช์ ปุณณกันต์" รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นที่ประชุม
"นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี" ได้มอบนโยบายการสนับสนุนจัดสวัสดิการชุมชนให้กับประชาชนและกองทุนสวัสดิการ ที่ได้ขับเคลื่อนงานกองทุนที่เป็นรูปธรรมผ่าน (video comference) จากธรรมเนียบรัฐบาลมีท่าน "คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์" ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ กล่าวรายงานต่อท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านทั้ง ๗๖ จังหวัด ซึงจังหวัดระนองได้มีการประชุมพร้อมรับมอบนโยบายจากนายกรัฐมนตรี
เวลา ๑๐.๐๐ น. คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการมีการประชุมต่อเนื่องตามวาระที่กำหนดดังนี้
๑. เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชนและคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการจังหวัดระนองตามคำสั่งที่ ๑๙๐๑/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง
อบจ.ระนองจัดพิธีสาธยายพระไตรปิฎก เฉลิมพระเกียรติ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง จัดพิธีสาธยายพระไตรปิฎก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายนภา นทีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ อบจ.ระนอง เปิดเผยว่า อบจ.ระนอง ร่วมกับคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนจังหวัดระนอง ได้จัดพิธีสาธยายพระพระไตรปิฎก ในวันที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 09.00-21.00 น. ณ วัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง หรือวัดหน้าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธ ศาสนา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายก อบจ.ระนอง กล่าวว่า การจัดพิธีสาธยายพระไตรปิฎกในครั้งนี้จัดเป็นปีที่สอง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งจะได้รับเกียรติบัตรทุกคน สำหรับการแต่งกาย ใส่ชุดขาว เสื้อชมพู หรือชุดสุภาพ
อาสาสมัครคุมประพฤติระนองนำ60เยาวชนผู้ถูกคุมประพฤติอบรมธรรมะขัดเกลาจิตใจ

อาสาสมัครคุมประพฤติระนองนำ 60 เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี เข้ารับการฝึกอบรมธรรมะ หวังขัดเกลาจิตใจนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ชีวิตอย่างระวังไม่หลงผิดอีก
เมื่อวานนี้(18 ธ.ค.52)นายสืบศักดิ์ สุวุฒิกุล ประธานคณะกรรมการบริหารงานศูนย์ประสานงานอาสาสมัครคุมประพฤติอำเภอเมือง จ.ระนอง พร้อมด้วยอาสาสมัครคุมประพฤติและเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดระนอง นำเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 60 คน เข้ารับการฝึกอบรมธรรมะ ที่วัดสุวรรณคีรีวิหารหรือวัดหน้าเมือง ถ.ชาติเฉลิม อ.เมือง จ.ระนองโดยมีพระครูสุนทรปริยัติคุณ เจ้าคณะตำบลเขานิเวศน์ เป็นผู้อบรมบรรยายเรื่องการนำธรรมมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เยาวชนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จะได้ไม่ไปหลงผิดและทำผิดกฎหมายซ้ำเป็นครั้งที่ 2
นายสืบศักดิ์ กล่าวว่า การจัดอบรมในครั้งนี้ แม้จะใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน แต่จุดมุ่งหมายเพื่อต้องต้องการให้เยาวชนทั้ง 60 คน ได้ซึมซับกับคำสั่งสอนบ้าง เพื่อที่เยาวชนเหล่านี้จะได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อจะได้เดินทางไม่ผิดพลาดอีก อยากให้เยาวชนทั้ง 60 คน ได้กลับมาเป็นคนดีของสังคมเป็นกำลังให้พ่อแม่และประเทศชาติต่อไป
สำหรับเยาวชนที่ถูกคุมความประพฤติ ส่วนใหญ่จะมีความผิดเกี่ยวกับคดีทำร้ายร่างกาย อาวุธปืน และยาเสพติดให้โทษ โดยเฉพาะพืชกระท่อม
