นับคะแนนใหม่นายก อบต.ทรายแดงพลิก นายชนิด พิรานนท์ กลับมาชนะนายไพศาล อินสุทน 6 คะแนน

นับคะแนนใหม่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรายแดง จ.ระนอง พลิก นายชนิด พิรานนท์ กลับมาชนะนายไพศาล อินสุทน จำนวน 6 คะแนน จากเดิมแพ้ 3 คะแนน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้(18 ธ.ค.52) ที่ศาลาเอนกประสงค์ อบต.ทรายแดง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประจำจังหวัดระนอง ได้จัดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง ใหม่ตามคำสั่งของ กกต.กลาง หลังจากที่นายชนิด พิรานนท์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ร้องคัดค้านผลการนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2552 ที่นายไพศาล อินสุทน ผู้สมัครหมายเลข 1 ชนะเพียง 3 คะแนน โดยการนับครั้งแรกนายไพศาลได้ 827 คะแนน และนายชนิดได้ 824 คะแนน
ซึ่งในการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ กกต. กลาง ได้สั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนับคะแนนชุดใหม่ โดยให้มีการบันทึกวีดิทัศน์ไว้เป็นหลักฐาน ท่ามกลางความสนใจของผู้สนับสนุนผู้สมัครทั้งสองฝ่าย ประมาณ 100 คน รวมทั้งตัวผู้สมัครทั้งสองคนก็ลุ้นอย่างระทึกแบบตาไม่กระพริบเช่นกัน พร้อมจัดตัวแทนติดตามการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 1,770 บัตร โดยการนับคะแนนในรอบที่ 1 มี 3 กระดานละ 500 บัตร ผลการนับคะแนนทั้ง 3 กระดาน รวมแล้วนายไพศาล ได้ 676 คะแนน และนายชนิด ได้ 708 คะแนน โดยนายชนิดนำ 32 คะแนน จากนั้นเป็นการนับคะแนนรอบที่ 2 ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งเหลือ จำนวน 270 บัตร นายไพศาลได้ 135 คะแนน นายชนิดได้ 109 คะแนน แต่เมื่อรวมกับรอบที่ 1 ผลปรากฏว่านายไพศาลได้รวม 811 คะแนน ลดลง 16 คะแนน และนายชนิดได้รวม 817 คะแนน ลดลง 7 คะแนน แต่อย่างไรก็ตามนายชนิดพลิกกลับมาชนะ 6 คะแนน รวมบัตรเสีย 124 บัตร จากเดิมจำนวน 101 บัตร เพิ่มขึ้นจำนวน 23 บัตร และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 18 บัตรเท่าของเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนที่ทำให้นายชนิดพลิกกลับมาชนะในครั้งนี้เนื่องมาจากในระหว่างที่นับคะแนนตัวแทนของผู้สมัครหมายเลข 2 มีการคัดค้านการขานคะแนนของคณะกรรมการนับคะแนนถึง 5 ครั้ง และก็ได้ผลเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งเห็นด้วยตามคำร้องคัดค้านถึง 4 ครั้ง ทำให้นายไพศาลมีคะแนนหายไปถึง 4 คะแนน นอกจากนี้การนับคะแนนใหม่มีบัตรเสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย
ว่าที่ ร.ต. กมล วิภาดาพิสุทธิ์ ประธาน กกต.ระนอง กล่าวว่า เมื่อผลการนับคะแนนใหม่มีการพลิกจากผู้แพ้กลับมาเป็นผู้ชนะ ทาง กกต.ระนอง จะรีบประชุมเพื่อสรุปผลการนับคะแนนใหม่ส่งไปให้ กกต.กลางเพื่อพิจารณารับรองต่อไป แต่นายไพศาลและทีมบริหารจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของนายไพศาลเอง เพราะ กกต.กลางยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ลงมา../////
สาธารณสุขระนอง เตือนขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่หวงห้ามช่วงเทศกาลปีใหม่ระวังเจอคุก

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง แจ้งเตือนร้านค้าให้ระวังจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริโภคในที่หวงห้ามช่วงเทศกาลปีใหม่ระวังเจอคุก
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งมีการออกร้าน จัดบูธ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉลองกันในหมู่เพื่อน ญาติพี่น้องด้วย แต่หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 นั้น คณะกรรมการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงได้ออกประกาศควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 8 ฉบับ เกี่ยวกับการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎมาย เช่นห้ามขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณวัด สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานที่ราชการ หอพัก สถานศึกษา สถานีบริการน้ำมัน สวนสาธารณะ เป็นต้น
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวว่า จึงขอเตือนร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ตั้งอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ตามสถานที่ต่าง ๆ ตามประกาศ ห้ามขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ในกระบะรถทั้งที่จอดอยู่ในที่สาธารณะหรือวิ่งอยู่บนถนนก็ห้ามดื่มเช่นกัน นอกจากนี้ห้ามจำหน่ายให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และผู้ที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ ส่วนการจัดกระเช้าของขวัญปีใหม่ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางโชว์ไว้บริเวณร้านค้าก็มีความผิดเช่นกัน ซึ่งผู้ฝ่าฝืนระวังมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด ในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ หรือเทศกาลอื่น ๆ ให้ดื่มอยู่ที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
นายกฯหนุนสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ชู "กลไกที่ดี" ในการแก้ปัญหาประเทศ

นายกฯอภิสิทธิ์ เปิดการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 สนับสนุนเป็นกระบวนการกลไกที่ดีในการแก้ไขปัญหาและสร้างนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ แบบมีส่วนร่วม เผยที่ผ่านมารัฐบาลนำหลักและแนวทางไปใช้ พร้อมชื่นชมการร่วมแก้ปัญหา เช่น เรื่องหลักเกณฑ์HIAกรณีมาบตาพุด
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ธันวาคม 2552 การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ในวันแรกได้เริ่มขึ้นที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ โดยมีตัวแทนจากกว่า 182 เครือข่าย และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐลวิชาการกว่า 1,500 คน เข้าร่วมงาน โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม และเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่ร่วมผลักดันกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงอยากให้ผู้ร่วมผลักดันมีความภูมิใจ เพราะนี่คือการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพร่วมกัน สะท้อนความก้าวหน้า และให้รักษาไว้ให้เป็นกระบวนการที่เข้มแข็งในการสร้างนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ
“โดยส่วนตัวและรัฐบาลเอง ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อข้อเสนอของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และได้ติดตาม นำเอาหลักเหตุผลจากสมัชชาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิเช่น หลักในการดำเนินงานหรือการเจรจากับบรรษัทยาเอกชนในเรื่องการเข้าถึงยาของคนไทย หรืออย่างเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นระดับประเทศที่มีผลต่อคนไทย”นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า ที่ผ่านมา การที่ประเทศไทยและโลกประสบภาวะวิกฤติ ทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างถูกนำออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นความไม่เป็นธรรมในสังคม ความขัดแย้งที่เกิดจากการพัฒนา รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนของสังคมที่มุ่งไปสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งวิกฤตการทางการเมือง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายด้านสุขภาพของชาติ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการสมัชชาถือว่าเป็นแนวทางออกในการแก้ไขปัญหา อย่างกรณีปัญหาเรื่องมาบตาพุด มีทั้งผู้ต้องการพัฒนาอุตสาหกรรม มีผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็คือชุมชน แต่ทางออกที่ต้องการแสวงหาทางเลือกให้กับประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่ดี ตรงนี้กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบสุขภาพ หรือ HIA : Health Impact Assessment ) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องจะนำไปเป็นหลักในการปฏิบัติ แต่ในส่วนปัญหาความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายและการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็เป็นประเด็นท้าทายที่ต้องแก้ไขกันต่อไป
สมัครนายก จ.ป.ร. แล้ว 2 คน ขณะที่ อบต.ทรายแดง กกต.สั่งนับคะแนนใหม่

มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก เทศมนตรีตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง แล้ว 2 คน ขณะที่ อบต.ทรายแดง กกต.สั่งนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบต.ใหม่ ในวันพรุ่งนี้(18)
ว่าที่ ร.ต. กมล วิภาดาพิสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประจำจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า การสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบล จ.ป.ร. และสมาชิกสภาเทศบาลตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2552 ที่ยกฐานะจาก อบต. จ.ป.ร. มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีแล้ว จำนวน 2 คน คือหมายเลข 1 นายเจริญ จันทิปะ ทีม จ.ป.ร.สร้างสรรค์ เป็นอดีต นายก อบต. หมายเลข 2 นายสังวรณ์ ศรีมุข ทีมรักษ์ จ.ป.ร. เป็นอดีตกำนัน ส่วนสมาชิกสภาเทศบาล เขต 1 มีผู้สมัครแล้วจำนวน 14 คน เขต 2 มีผู้สมัครแล้วจำนวน 15 คน โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553
ประธาน กกต.ระนอง กล่าวด้วยว่า จากการเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบต.ทรายแดง เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2552 ซึ่งมีผลแพ้ชนะกันเพียง 3 คะแนนนั้น นายชนิด พิรานนท์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้ร้องคัดค้านให้นับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.กลาง ได้มีมติสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบต.ทรายแดงใหม่ ในวันพรุ่งนี้(18 ธ.ค.52) เวลา 10.00 น. ที่อาคารเอนกประสงค์ อบต.ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง ..//////
สxส ประชุมสามัญประจำปี ๒๕๕๒

สมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง(สxส)จัดประชุมสาสมัญประจำปี๒๕๕๒
"นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป"นายกสมาคมทำหน้าที่ประธานที่ประชุมร่วมกับคณะกรรมกาสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมเข้มแข็ง(สxส)วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ณ.ห้องประชุมมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.)กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เขตป้อมปราบฯกรุงเทพมหานครโดยมีคณะกรรมการมาร่วมประชุมจำนวน ๔๐คน
นายชัยวัฒน์ ถิระพันธ์อุปนายกสมาคมองค์กร(สxสได้ทบทวนความเป็นมาของการจัดตั้งสมาคมเพื่อต้องการหนุนเสริมปกป้องสสส.ตอนโดนนักการเมืองกลั่นแกล้งและต้องการให้การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็งในการรองรับสถานการณ์บ้านเมืองพร้อมกับท่านได้ให้ข้อสังเกตุกับนักเปลี่ยนแปลงทางสังคมต้องมีหลักปรัชญาชีวิตอยู่ในตัวไม่ใช่จบดร.เป็นปราชญ์ชาวบ้านก็เปลี่ยนแปลงสังคมได้ถ้าผู้นั้นมีหลักปรัชญาของชีวิต
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีปนายกสมาคมฯนำสู่วาระการประชุมสามัญประจำปี๒๕๕๒ - สถานการณืทั่วไปของสมาคมฯ - วัตถุประสงค์การประชุมเพื่อพบปะพูดคุยคณะกรรมการและภาคีเครือข่ายต่างจังหวัด - รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสมาคมฯโดยท่านภุชงค์ กนิษฐชาด - รับรองบัญชีรับ-จ่าย มติ ที่ประชุมรับรอง เรื่องการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมฯ -ทิศทางการพัฒนาองค์กรเครือข่ายและสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งที่ประชุมคณะกรรมการให้ข้อคิดเห็นทิศทางการพัฒนาของสมาคมฯ -กระบวนการเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคมฯ
สาธารณสุขจังหวัดระนองจัดเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยระบบแพทย์ฉุกเฉิน สายด่วน ๑๖๖๙
"นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร" นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมิให้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๓ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ร่วมกับโรงพยาบาลทุกแห่ง องค์กร หน่วยงานกู้ชีพ กู้ภัย กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉินสายด่วน ๑๖๖๙ โดยทีมงานได้จัดหน่วยกู้ชีพ กู้ภัยฉุกเฉิน มีหน่วยงานปฏิบัติการย่อยถึง ๔๖ หน่วย มีแพทย์ พยาบาล บุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ มีระบบติดต่อสื่อสาร การสั่งการ การประสานงาน โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับมูลนิธิ สมาคม อาสาสมัคร ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ถึงตัวผู้บาดเจ็บและให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการและรับแจ้งเหตุ ณ โรงพยาบาลระนอง โดยในส่วนพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหรือเห็นว่าอุบัติภัยเกิดขึ้น ณ ที่ใด ทั้งภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุทางท้องถนน หรือภัยฉุกเฉินทุกประเภท สามารถโทรศัพท์ได้ที่สายด่วน ๑๖๖๙ โทรฟรีมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง.
นายกเป็นองค์ปาฐถกงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ ๒ ณ ตึก UN กทม.

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจัดงานสมัชชาสุขภาพครั้งที่๒ ณ.ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ(UN)ถนนราชดำเนินนอกกรุงเทพมหานคร
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)ได้จัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ ๒พ.ศ.๒๕๕๒ วันที่ ๑๖-๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ.ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ(ตึกUN)โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วม๗๖จังหวัดรวม๑,๕๐๐ คนมีนายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐประธานกรรมการจัดงานสมัชชาสุขภาพเป็นประธานกล่าวเปิดงานสมัชชา
"นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายยกรัฐมนตรี"ประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.)ได้เป็นองค์ปาฐถกพิเศษเรื่องนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ผ่านมาปี๒๕๕๑ทางภาครัฐได้มีการแก้ไขปัญหาตามมติวาระที่ประชุมสมัชชาแล้วบางเรื่องถึงแม้แก้ได้ไม่หมดก็ถือว่าเป็นสิ่งดีที่พรบ.สุขภาพ๒๕๕๐ซึ่งจะเป็นกลไกการทำงานด้านสุขภาพต่อไป
ภาคบ่ายมีการเข้าร่วมห้องย่อยเพื่อให้ความเห็นร่างระเบียบวาระทั้ง๑๑ ใน๓ห้องก่อนที่จะมีมติรับรองร่างระเบียบวาระต่อไปเสร็จแล้วให้ตัวแทนของแต่ละจังหวัดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีใหญ่
นายก อบจ.ระนอง ประธานเปิด กศน.ตำบลบางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองเป็นประธานเปิดศูนย์กศน.ตำบลบางแก้วอำเภอละอุ่นจังหวัดระนอง
"นายนภา นทีทอง "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดศูนย์กศน. ตำบลบางแก้ว ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง (วันที่ ๑๕ ธ.ค.๕๒) โดยมีรองผู้อำนวยการกศน. จังหวัดระนอง ให้การต้อนรับคณะกรรมการศึดกษากศน. หัวหน้าส่วนราชการ , นักศึกษากศน. , ประชาชนทั่วไปจำนวน ๑๒๐ คน
นางนิภา พุ่มกะเนาว์ ผอ.กศน. อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เชิญ ท่านณัฐพงษกร คุ้มตะกั่ว คณะกรรมการกศน.ละอุ่น กล่าววัตถุประสงค์ต่อท่านประธานในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ศูนย์กศน.ตำบลบางแก้ว นำร่องในการเปิดแหล่งเรียนแก่ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งเรียนใกล้บ้านและสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
๐๙.๕๙ น. ท่านประธานกล่าวเปิดป้ายเสร็จแล้วตัดริ้บบิ้นและนิมนต์พระครูวิเชียร ธรรมวงษ์ เจ้าคณะตำบลละอุ่น เจิมป้ายศูนย์กศน.ตำบลบาง เสร็จแล้วการแสดงของนักศึกษากศน.ของอำเภอละอุ่นจังหวัดระนองแล้วทานอาเที่ยงร่วมกัน
การเลือกตั้ง ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. ที่เขตพื้นที่การศึกษาระนองคึกคัก

การเลือกตั้งกรรมการและอนุกรรมการใน ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ.ที่เขตพื้นที่การศึกษาระนองเป็นไปอย่างคึกคัก
วันนี้(14 ธ.ค.52)บรรยากาศการเลือกตั้งผู้แทนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนข้าราชการครูและผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ใน ก.ค.ศ.และ อ.ก.ค.ศ.ที่เขตพื้นที่การศึกษาระนอง เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมารอลงคะแนนก่อนเวลาเปิดหีบบัตรในเวลา 09.00 น. โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งกรรมการผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ใน ก.ค.ศ. จำนวน 13 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา สายประถมศึกษา ใน ก.ค.ศ. จำนวน 114 คน /ผู้แทนครูใน ก.ค.ศ. จำนวน 995 คน และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ใน ก.ค.ศ. จำนวน 70 คน ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอนุกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา สายประถมศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาระนอง จำนวน 98 คน ผู้แทนครู สายประถมศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาระนอง จำนวน 743 คน และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาระนอง จำนวน 71 คน โดยมีผู้สมัครผู้แทนอนุกรรมการแต่ละสายใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา สายละ 2 คน แต่สามารถลงคะแนนได้เพียงสายละ 1 คนเท่านั้น
สำหรับผู้แทนอนุกรรมการสายมัธยมศึกษาทั้งในสายผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาระนอง ไม่ต้องเลือกตั้งเนื่องจากมีผู้สมัครเพียงสายละคนเท่านั้น ซึ่งเท่ากับจำนวนผู้แทนพอดี แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเลือกผู้แทนกรรมการใน ก.ค.ศ.
นายเจียร ทองนุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระนอง กล่าวว่า ได้ตั้งเป้ามีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ที่ร้อยละ 80 ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นรับรองว่าไม่มีแน่นอนเนื่องจากทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาล้วนเป็นผู้มีความรู้ มีวิจารณญาณ ต้องเป็นต้นแบบหรือตัวอย่างให้แก่ประชาชนทั่วไปในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนผู้สมัครในแต่ละสายก็มีเพียง 2 คน เท่านั้น โดยเฉพาะสายมัธยมมีผู้สมัครเพียงคนเดียวทั้งสายผู้บริหารและสายข้าราชการครู จึงไม่ต้องเลือกตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แต่ในส่วนของ ก.ค.ศ. สายมัธยมศึกษาต้องเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคณะกรรมการระดับประเทศ ต้องเอาคะแนนจากเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 185 เขตไปรวมกัน โดยการลงคะแนนจะปิดหีบในเวลา 15.00 น
นายเจียร กล่าวด้วยว่า สำหรับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวน 12 คน มาจากฝ่ายต่าง ๆ ทั้งที่เป็นโดยตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาอื่น เป็นบอร์ดบริหารของเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจ บทบาทหน้าที่ในการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย พิจารณาความดีความชอบ ลงโทษทางวินัยข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เป็นต้น ส่วน ก.ค.ศ. เป็นบอร์ดบริหารระดับประเทศมีอำนาจ บทบาทหน้าที่ ในการออกนโยบายต่าง ๆ รวมทั้งการแต่งตั้ง โยกย้ายข้ามเขตพื้นที่การศึกษา ลงโทษทางวินัยข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาส่งให้พิจารณา เป็นต้น ...////
เทศบาลเมืองระนองชวนเที่ยวถนนคนเดินปี 5

เทศบาลเมืองระนอง ปิดถนนเรืองราษฎร์ จัดงานถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์ เริ่มวันนี้( 13 ธ.ค.52) ถึง 4 เมษายน 2553
นายสมบุญ ติกวัฒนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองระนอง เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองระนองได้จัดโครงการถนนคนเดิน ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวด้านนันทนาการ กระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนให้ชุมชนเกิดกิจกรรมการมีส่วนร่วม สืบสานศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้ทุกวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับจากชุมชนในพื้นที่และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากทุกปี
นายกเทศมนตรีเมืองระนอง กล่าวว่า ภายในงาน จะมีการแสดงกิจกรรมการแสดงออกของเด็กและเยาวชน การแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์โอท็อป โดยจะปิดถนนเรืองราษฎร์ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่สามแยกบางส้าน(สามแยกกรุงไทย)ถึงสามแยกตลาดพม่า ตั้งแต่เวลา 17.00 น ถึง 22.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์นี้( 13 ธันวาคม 2552) โดยจะมีพิธีเปิดงานในเวลา 18.00. น.ที่บริเวณเวทีกลางหน้าที่ทำการไปรษณีย์เก่า ไปจน ถึงอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2553 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศบาลเมืองระนอง โทร 0-77 81-1422////
