ผอ.รมน.ภาค 4 สย.1 มั่นใจปีนี้ไม่มีโรฮิงญาอพยพ เข้าระนอง

พ.อ.มนัส คงแป้น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 (ผอ.รมน.ภาค 4 สย.1) กล่าวว่า จากการตรวจสอบติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศพม่า และตอนใต้ของประเทศบังกลาเทศ พบว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆเกี่ยวกับการอพยพเข้ามาในประเทศไทยด้านทะเลอันดามัน ผ่านทางจังหวัดระนอง ซึ่งคาดว่าในปีนี้น่าจะไม่มีการอพยพเข้ามาอย่างแน่นอน จากเดิมที่ผ่านมาทุกปีชาวโรฮิงญาจะอพยพมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามหากมีการอพยพเข้ามาอีกก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เหมือนกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ วางระบบป้องกันไว้พร้อมแล้ว
พ.อ.มนัส กล่าวด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่ชาวโรฮิงญายังไม่มีการอพยพเข้ามาในปีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วทางเจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนตามแนวชายฝั่งและเกาะแก่งต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่งในการแจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้อพยพได้ทั้งหมด ทำให้ขบวนการนำพาไม่กล้าที่จะใช้เรือในการอพยพอีก..///
การเลือกตั้งนายก อบต.ม่วงกลวงพลิกอดีตนายก แพ้ 55 คะแนน

ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เมื่อวานนี้(12 ธ.ค.52) ผลปรากฏว่า ผู้สมัครหมายเลข 1 นายกำพล จันทรชู ได้ 847 คะแนน สามารถเอาชนะผู้สมัครหมายเลข 2 นายสมหมาย ชิดเอื้อ อดีตนายก อบต.สมัยที่แล้ว ที่ได้ 792 คะแนน หรือชนะ 55 คะแนน โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 2,189 คน ออกไปใช้สิทธิ 1,698 คน คิดเป็น 77.57% บัตรเสีย 42 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.47% และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 17 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1%
นายธีรพงษ์ บุรี ปลัด อบต.ม่วงกลวง ในฐานะ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง อบต.ม่วงกลวง กล่าวว่า ทาง กกต.ประจำ อบต.ม่วงกลวงยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด ซึ่งได้ส่งผลการเลือกตั้งให้ กกต.จังหวัดระนอง เพื่อส่งต่อไปให้ กกต. กลาง ได้พิจารณารับรองผลการเลือกตั้งต่อไป.//////
ผบช.สตม.คนใหม่ กำชับเจ้าหน้าที่ ตม.ระนองปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้หลบหนีเข้าเมือง

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำชับเจ้าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง บังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2522 อย่างเคร่งครัดกับผู้หลบหนีเข้าเมือง
วันนี้ (11 ธ.ค.52 ) พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง โดยมี พ.ต.ท.ณัชธฤต ปิ่นปัก สารวัตรใหญ่ด่าน ตม.จังหวัดระนอง และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดระนองมีความสำคัญทั้งในด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะที่ชัดเจนที่สุดคือด้านการประมง ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวทั้งที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและที่ลักลอบเข้าเมืองมีปริมาณที่พอ ๆ กัน จึงได้เดินทางมามอบนโยบายเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ เพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัดกับคนต่างด้าวทุกสัญชาติ ทั้งแต่การเดินทางเข้า ระหว่างอยู่ในประเทศและการเดินทางออก ใครกระทำถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องบริการ แต่ใครกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีหรือผลักดันออกไป
ผบช.สตม. กล่าวด้วยว่า จากสถิติการเดินทางผ่านด่านเข้ามาของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าผ่านทางด่าน ตม.จังหวัดระนอง ปี 2552 มีจำนวน 226,591 คน และเดินทางออกจำนวน 191,979 คน ทำให้ยอดหายไปประมาณ 10-15 % แสดงให้เห็นว่ามีการลักลอบเดินทางต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่พื้นที่ชั้นใน ซึ่งในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมมอบนโยบายหัวหน้าด่าน ตม.ทั้งหมดในเขตภาคใต้ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะต้องมีการหารือในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ด้วย คงจะมีความชัดเจนมากขึ้น..///////
สคร.11 เตือนระวังอหิวาตกโรค

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคหรือ สคร.ที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนให้ระวังโรคอหิวาตกโรค หลังพบการระบาดแล้วในหลายจังหวัดภาคใต้
นายภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์และเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของกรมควบคุมโรค ในปี 2552 ระบุว่ามีแนวโน้มการระบาดของโรคอหิวาตกโรคเกิดขึ้น ซึ่งกรมควบคุมโรคได้เตรียมความพร้อม เพื่อสนองตอบปัญหาที่จะเกิดขึ้นโดยได้ถ่ายทอดแนวทางการดำเนินงานสู่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว ในส่วนของสถานการณ์โรคในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน กลุ่มระบาดวิทยา สคร.11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับรายงานผู้ติดเชื้ออหิวาตกโรคในจังหวัดระนองรายแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2552 รวมจำนวน 26 ราย ผู้ป่วยเป็นคนไทย 9 ราย แรงงานต่างด้าวชาวพม่า 17 ราย จากการสอบสวนโรคไม่สามารถระบุแหล่งโรคได้ นอกจากนี้ สคร.12 จังหวัดสงขลา ยังได้รับรายงานผู้ติดเชื้อ 147 ราย สูงสุดในจังหวัดปัตตานี จำนวน 120 ราย เสียชีวิต 1 ราย และมีแนวโน้มระบาดไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้
ผู้อำนวยการ สคร.11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวังการระบาดของโรคอหิวาตกโรค และขอแนะนำแนวทางในการป้องกันโรค ดังนี้ กินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกด้วยความร้อนและปรุงสุกใหม่ ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ไม่ควรกินอาหารดิบ ๆ สุก ๆ โดยเฉพาะอาหารทะเล อาหารที่ค้างมื้อก่อนกินควรอุ่นให้เดือดทั่วถึงก่อนครั้ง ล้างผักสด ผลไม้ ให้แน่ใจว่าสะอาด ดื่มน้ำที่สะอาด เช่น น้ำต้มสุก น้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน น้ำแข้งที่ถูกหลักอนามัย เป็นต้น ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังออกจากห้องส้วม ถ่ายอุจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม บ้านเรือน ร้านอาหาร ตลาดให้สะอาดและถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ ../////////
เรือเทพนวชาติ ได้ครองถ้วยพระราชทานฯพร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท จากการแข่งขันเรือยาวในงานประเพณีเสด็จพระแข่งเรือ อ.กระบุรี

เรือเทพนวชาติคว้าแชมป์ประเภท 30 ฝีพาย ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท จากการแข่งขันเรือยาวในงานประเพณีเสด็จพระแข่งเรือ อ.กระบุรี
การแข่งขันเรือยาวประเภท 30 ฝีพาย ในงานประเพณีเสด็จพระแข่งเรือ อำเภอกระบุรี ประจำปี 2552 ณ แม่น้ำกระบุรี บริเวณคอคอดกระ ชายแดนไทย-พม่า อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เมื่อวานนี้(11 ธ.ค.52) ปรากฏว่าเทพนวชาติ สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท เมื่อเอาชนะเรือศรีนนทิยา อดีตแชมป์เรือยาวขึ้นโขนชิงธง ลำน้ำละอุ่น อ.ละอุ่น เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้รับเงินรางวัลปลอบใจ 25,000 บาทพร้อมถ้วยเกียรติยศ ส่วนเรือเทพอำนวยชัย ได้อันดับ 3 รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ
ส่วนเรือประเภท 21 ฝีพาย ชนะเลิศเรือเจ้าแม่ลำเลียง รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือเทพนภาชัย รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือเพชรพรเทพ รับเงินรางวัล 20,000 บาท 15,000 บาท และ 10,000 บาท ตามลำดับพร้อมถ้วยเกียรติยศ
เรือประเภท 15 ฝีพาย ชนะเลิศเรือเพชรไชยยันต์ รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือเทพปทุมทอง รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือเพชรบางแก้ว ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท 20,000 บาท และ 10,000 บาทตามลำดับ พร้อมถ้วยเกียรติยศ
เรือประเภท 8 ฝีพาย ชนะเลิศ เรือรัตนชัย รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือเทพสุดา รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือคนรักนกดอนพลา 2 ได้รับเงินรางวัล 8,000 บาท 5,000 บาท และ 3,000 บาทตามลำดับพร้อมถ้วยเกียรติยศ//////
สกพ.ประชุมรับฟังความเห็นระเบียบการสรรหาคณะกรรมการผู้ใช้พลังงาน(คพข)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับพลังงานแห่งชาติจัดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบการสรรหาคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต
วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ "นายชลิต เรืองวิเศษ" คณะกรรมการกำกับพลังงานเป็นประธานกล่าวเปิดเวทีประชาคมณ.โรงแรมโกลเด้นซิตี้ จังหวัดราชบุรีพร้อมนำเสนอพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.๒๕๕๐ทั้งหมด๑๕๕มาตราเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ใช้พลังงานและให้มีคณะกรรมการประจำเขต ทั้ง ๑๓ เขต ๆ ละ ๑๑ คน
วัตถุประสงค์เพิ่อให้ที่ประชุมให้ความเห็นการสรรหาคณะกรรมการเรื่องกำหนดคุณสมบัติกรรมการการดำรงตำแหน่งวาระละกี่ปีและการจัดเวทีประชาคมในจังหวัดและระดับเขตซึ่งมีตัวแทนจังหวัดละ ๘ คน มีอปท,สภาอุตสาหกรรม,หอการค้า,สภาองค์กรชุมชน.ราชการ,และประชาสังคม
คุณคณุสสัน เสนอคำนิยามและรูปแบบการสรรหาคณะกรรมการคพข.เสร็จแล้วแบ่งกลุ่มย่อยตามภาคส่วนกลุ่มอปท,กลุ่มหอการค้า-สภาอุตสาหกรรม,กลุ่มสภาองค์กรชุมชน,กลุ่มประชาสังคมและกลุ่มข้าราชการได้ให้ความเห็นประเด็นที่ทาง LDI ยกร่างเอาใว้เพื่อให้ประเด็นการสรรหาคพข.ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ
ภาคบ่ายให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอข้อเพิ่มเติมประเด็นในเวทีใหญ๋เสร็จแล้วเวทีใหญ่เติมเต็ม
คูณหญิงสุพัฒตรา มาศดิตถ์ประธานปิดงานมหกรรมแผนชีวิตชุมชนครั้งที่ ๒ ณ.มสธ

คุณหญิงสุพัฒตรา มาศดิตถ์ประธานปิดงานมหกรรมแผนชีวิตชุมชน
สรุปผู้บริหารแนวทางการสร้างพลังชุมชนท้องถิ่นด้วยแผนชีวิตชุมชน
สรุปสาระสำคัญแผนชีวิตชุมชนเป็นทางรอดทางออกของชุมชนได้จริง แต่ต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้และจัดการตนเองของชุมชน ที่มีขั้นตอนของการพัฒนา ยึดหลักการพึ่งตนเองก่อน ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการคิด ตัดสินใจ และพัฒนาชุมชนของตน โดยต้องประสานความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาในพื้นที่ วิชาการ และท้องถิ่น
แนวทางการสร้างพลังชุมชนท้องถิ่นด้วยแผนชีวิตชุมชน
2.1 ใช้แผนชีวิตชุมชนสร้างพลังชุมชนท้องถิ่นจากฐานราก โดยเริ่มจากชุมชนที่มีความพร้อมและความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาให้ชุมชนเป็นแกนหลัก โดยชุมชน เพื่อชุมชน เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นรู้เท่าทันมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศและของโลก
2.2 กระบวนการสนับสนุนการจัดทำแผนชุมชนต้องเป็นการสนับสนุนให้ชุมชนและเครือข่ายจัดกระบวนการด้วยตนเอง เพื่อความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ การตัดสินใจของชุมชนที่มีการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างชุมชนกับภาคี การพัฒนาคน /นักจัดการ/นักวิเคราะห์ทางสังคมในชุมชน การจัดการความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการจัดทำสื่อเพื่อการขยายผล
2.3 สนับสนุนเชิงนโยบายให้มีการใช้แผนชีวิตชุมชนเป็นเครื่องมือลำดับแรกในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ภาคีพัฒนาทั้งส่วนกลาง พื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางในการประสานความร่วมมือ เพื่อใช้แผนชีวิตชุมชนสร้างพลังและพัฒนาชุมชน สร้างนโยบายสาธารณะ ขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งแนวราบและแนวดิ่ง
2.4 พัฒนาคุณภาพแผนชุมชนให้ครบทุกมิติการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องที่มีคนในชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้ชุมชนจัดการตนเองได้ครบทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต สอดคล้อง มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
คำประกาศเจตนารมย์
พวกเรา…เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง 4 ภาค ขอประกาศเจตนารมณ์ว่าพวกเราจะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและร่วมกันทำงานด้วยจิตสาธารณะเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมโดยยึดหลักการพึ่งตนเองบนพื้นฐานของความพอเพียง ความดีงามจะร่วมกับองค์กร ภาคี ในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นสร้างพลังชุมชนให้เป็นแกนหลักในการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาสังคมจากฐานราก…เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน …..ของชุมชนท้องถิ่นและสังคม
จังหวัดระนองจัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ สำรวจ ซ่อม และสร้างภาชนะเก็บน้ำประจำปี ๒๕๕๓ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้น้ำ

"นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ" ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ประเทศไทยมักประสบกับปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้วันที่ ๗-๑๔ มกราคมของทุกปีเป็นสัปดาห์รณรงค์ สำรวจ ซ่อมและสร้างภาชนะเก็บน้ำประจำปี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมภาชนะเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างเพียงพอ รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความตระหนักและเห็นคุณค่าของการใช้น้ำอย่างประหยัด
โดยมุ่งเน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรม โดยแบ่งการจัดกิจกรรมเป็น ๓ ส่วน ดังนี้ (๑) การเตรียมการป้องกันภัยแล้ง ด้วยการสำรวจ ซ่อมแซมและทำความสะอาดภาชนะเก็บน้ำ แหล่งน้ำ ที่ใช้ในการอุปโภค บริโภคให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี (๒) สำรวจ จัดทำบัญชีภาชนะเก็บน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่ ก่อสร้างและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ (๓) จัดตั้งศูนย์แจกจ่ายน้ำ จัดหาภาชนะรองรับน้ำ จัดวางระบบการจัดสรรน้ำ สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์เก็บกักน้ำ รถบรรทุกน้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอสำหรับใช้อุปโภค บริโภคในภาวะขาดแคลนน้ำ
นอกจากนี้การสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้ ด้วยการประชาสัมพันธ์การใช้น้ำอย่างประหยัดและตระหนักถึงคุณค่าของน้ำผ่านทางสื่อต่างๆในพื้นที่ การจัดนิทรรศการและการฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่สนับสนุนการซ่อมแซม ปรับปรุงและทำความสะอาดภาชนะเก็บน้ำ การประสานหน่วยงานต่างๆในการจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้บริการในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ สำรวจ ซ่อมและสร้างภาชนะเก็บน้ำดังกล่าว จะทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า อันจะนำไปสู่ความร่วมมือกับภาครัฐในการสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงและ ทำความสะอาดภาชนะเก็บน้ำรวมถึงแหล่งน้ำให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอในภาวะขาดแคลนน้ำ
สปสช.เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี ร่วมมือกับ อปท.สร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนอง

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำโครงการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ร่วมกับ อบต./เทศบาล เพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับบุคคลในพื้นที่ เป็นการส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น และกำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน บริหารจัดระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยคัดเลือกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่มีความประสงค์เข้าร่วมบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ มีการดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในพื้นที่มาก่อน มีการจัดทำแผนและดำเนินการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการมีส่วนร่วมของภาคีต่าง ๆ ในพื้นที่ อีกทั้งมีความพร้อมในการอุดหนุนเงินหรืองบประมาณเพื่อสมทบกับเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มีองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล แจ้งความจำนงในการลงนามเพื่อเสริมสร้างศักยภาพกองทุน จำนวน ๔๐๗ กองทุน (อบต./เทศบาล) ในเขตพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ภูเก็ตพังงา กระบี่ ระนอง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี และในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ โรงแรมทินิดี อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ได้จัดพิธีลงนามกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นในจังหวัดระนอง จำนวน ๒๔ กองทุน (อบต./เทศบาล) โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาล และปลัดผู้แทนหน่วยบริการท้องถิ่นจังหวัดผู้รับผิดชอบภาคี ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ และคณะกรรมการองทุนของแต่ละกองทุนเข้าร่วมประชุมในพิธีลงนามครั้งนี้ กว่า ๑๕๐ คน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาสุขภาพของคนในท้องถิ่น โดยการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของบุคคลในท้องถิ่นเพื่อประโยชน์สูงสุดทางด้านสุขภาพให้กับประชาชนในชุมชน
สัมมนาวิทยากรต้นแบบโครงการพัฒนาเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระนอง

วันนี้ (๘ ธ.ค ๕๒) ที่วิทยาลัยเทคนิคระนอง นายชาสันต์ คงเรือง หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมสัมมนาวิทยากรต้นแบบโครงการพัฒนาเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระนอง
หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง กล่าวว่า โครงการพัฒนาเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระนอง เป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุข สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองระนอง (งานจราจร) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง และวิทยาลัยเทคนิคระนอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมให้วิทยากรต้นแบบเป็นผู้นำเยาวชนด้านวินัยจราจร เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนแก่เยาวชน รวมถึงบุคคลในครอบครัวโดยการสร้างเครือข่ายออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้ารับการอบรมเป็นเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคระนอง จำนวน ๓๐ คน หลังจากการฝึกอบรมแล้วคาดว่านักศึกษาที่เป็นวิทยากรต้นแบบ มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น และนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปถ่ายทอดสู่เยาวชนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนต่อไป.
