กลุ่มเกษตรกรบ้านนา ฟื้นฟูอาชีพดั้งเดิมร่วมปลูกข้าวไร่บนแปลงสาธิต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้(29 ต.ค.53)" นางสาวจิตรา พรหมชุติมา "รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วยนายสมกิจ เสวกวัชรี นายอำเภอกะเปอร์ นายสงบ จันทร์เขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา นายวรพงษ์ กลางประพันธ์ เกษตรจังหวัดระนอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มเกษตรกรบ้านทองหลาง หมู่ที่ 4 ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ ประมาณ 100 คน ได้ร่วมกันปลูกข้าวไร่บนแปลงสาธิต ด้วยวิธีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโดยให้ผู้ชายเดินหน้าใช้ไม้ปักหรือสักลงบนพื้นดินแล้วให้ผู้หญิงเดินตามหลังนำเมล็ดข้าวหยอดลงหลุมและต้นกล้าปักดำเพื่อสนองพระดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวเพื่อเป็นอาหารไว้รับประทานเอง ส่วนวัสดุเหลือใช้ เช่น ฟางข้าว นำไปเพาะเห็ดฟางหรือทำปุ๋ยหมักได้ ซึ่งข้าวไร่ที่ปลูกในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เป็นกิจกรรมหนึ่งตามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ../////
ละอุ่นจัดการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงปี๕๓ลำน้ำละอุ่นจ.ระนอง...

นายภา นทีทองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองเป็นประธานเปิดการแข่งขันเรือยาวและส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอละอุ่นจังหวัดระนอง
วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๕๓ องค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้วอำเภอละอุ่นจังหวัดระนองจัดงานแข่งขันเรือยาวส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำปี๒๕๕๓ณ.แม่น้ำละอุ่นจังหวัดระนองเริ่มจัดงานวันที่ ๓๐-๓๑ต.ค.และ๑ พ.ย.๕๓โดยมีการแข่งเรือประเภท ๕เงินรางวัล ๕,๐๐๐บาท ,๘ เงินรางวัล ๙,๐๐๐บาท,๑๕ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐บาท,๒๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท ,และ๓๐ฝีพายชิงถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินรางวัลจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยมหรสพการแสดงบนเวทีตลอดงานงานเที่ยวฟรีชมฟรีตลอดงาน
จังหวัดระนองจับมือสถานศึกษาเสริมสร้างวินัยจราจรตามมาตรการ 3ม2ข

เช้าวันนี้(28 ต.ค.53) ที่โรงแรมทินิดีจังหวัดระนอง ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระนอง ประจำเดือนตุลาคม 2553 นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือหรือ MOU ว่าด้วยการเสริมสร้างวินัยจราจรตามมาตรการ 3ม.2ข.1ร.ในสถานศึกษานำร่องจังหวัดระนอง ร่วมกับโรงเรียนสตรีระนอง โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร และวิทยาลัยเทคนิคระนอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 1 แสนบาทจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เป็นเจ้าภาพหลัก
ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวใช้ระยะเวลา 1 ปี มีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 และเป็นการลดการบาดเจ็บ ความสูญเสียทั้งในชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนน ส่วนเหตุผลที่เลือกสถานศึกษาทั้ง 3 แห่งดังกล่าวเป็นพื้นที่ดำเนินการ เนื่องจากมีนักเรียนนักศึกษากลุ่มเสี่ยงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก..///////
ระนองมอบโล่รางวัลตามโครงการนโยบายการดำเนินงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง

เช้าวันนี้(28 ต.ค.53) ที่โรงแรมทินิดีจังหวัดระนอง ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระนอง ประจำเดือนตุลาคม 2553 นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้มอบโล่รางวัลตามโครงการนโยบายการดำเนินงานพัฒนาชุมชน(พช.)จังหวัดระนอง ประจำปี 2553 จำนวน 7 โครงการ ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง ได้แก่ โครงการหนึ่งพัฒนากร หนึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ชนะเลิศ นางสาวจีรจิต ทองสีขาว สนง.พช.อ.ละอุ่น รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 นางสาวรัตนากร ทองรักษ์ สนง.พช.อ.กะเปอร์ และ นางสิริวิไล รุ่งประเสริฐ สนง.พช.อ.กระบุรี โครงการประเมินผลการจัดทำหลักฐานเชิงประจักษ์ตัวชี้วัดดีเด่นระดับจังหวัด ชนะเลิศ คือ อ.สุขสำราญ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 คือ อ.กะเปอร์ และ อ.เมืองระนอง โครงการประเมินผลการจัดส่งรายงานดีเด่นจังหวัดระนอง ชนะเลิศ อ.สุขสำราญ รองชนะเลิศอันดับ1 และ 2 คือ อ.กระบุรี และ อ.ละอุ่น โครงการหมู่บ้านต้นแบบสวยด้วยชุมชน ชนะเลิศ บ้านคอกช้าง หมู่ที่ 10 ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 คือ บ้านบุรีรัมย์ หมู่ที่ 1 ต.ในวงใต้ อ.ละอุ่น และ บ้านสองแพรกขวา หมู่ที่ 8 ต.ลำเลียง อ.กระบุรี โครงการออมทรัพย์มีเงินใช้ ออมไม้มีเงินเก็บ ชนะเลิศ อ.กะเปอร์ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 คือ อ.กระบุรี และ อ.ละอุ่น โครงการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.) เชิงคุณภาพ ประจำปี 2553 ชนะเลิศ อ.กระบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 คือ อ.ละอุ่น และ อ.สุขสำราญ ตามลำดับ และโครงการคัดเลือกข้าราชการพัฒนาชุมชนดีเด่น สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง, พัฒนาการอำเภอดีเด่น คือ นายสำราญ ชูสิงห์ พัฒนาการอำเภอกระบุรี, พัฒนากรดีเด่น คือ นางสาวจีรจิต ทองสีขาว สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอละอุ่น และนักวิชาการพัฒนาชุมชนดีเด่น คือ นางสาวกนกวรรณ เหมือนคิด กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการสีขาวให้กับร้านอาหารเคียงเล อ.เมือง จ.ระนอง ที่ผ่านการประเมินผลตามแนวทางการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ..//////
10 ปี พัฒนาวิชชา สมัชชาสุขภาพภาคใต้

การประชุมเวทีวิชาการสมัชชาสุขภาพภาคใต้ "10ปีพัฒนาวิชชา สมัชชาสุขภาพ" ในวันที่ 12 ตุลาคม 2553 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองศิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มีนายสมพร ใช้บางยาง เป็นประธาน อาจารย์กรรณิการ์ บันเทิงจิตร รองประธาน และ นายสุริยา ยีขุน เป็นเลขานุการ
การปาฐกถา เรื่อง "สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนานโยบายสาธารณะพื้นที่ภาคใต้" นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่าสมัชชานั้นอยู่ที่เจตนารมณ์ ของประชาชนที่อยากเห็นประเทศไทยอย่างไร สมัชชาสุขภาพ เป็นตัวกลางที่ทำให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะ ไม่ได้เป็นของใครแต่เป็นทุกส่วนร่วมกัน นับเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม "วันนี้มีการปฏิรูปประเทศไทย เป็นเครื่องมือโยงทุกภาคส่วน ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเราทำมาแล้วด้วยสมัชชา ภาคใต้นำในเรื่องนี้ เพราะ ดูการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านมาทางสมัชชา จน ครม.เห็นชอบมาแล้ว"
เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่าถ้ามองย้อนกลับไปสมัยก่อน ประชาชนไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมในการพัฒนา แต่หลังมีสมัชชาประชาชนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม"อย่างไรก็ตามแม้จะได้ถึงเป็น มติ ครม. ประชาชนก็อย่างไว้วางใจ ต้องขับเคลื่อนต่อ เพราะ มติ ครม.จำนวนมากเหมือนกันที่ไม่ได้ส่งผลทางปฏิบัติจริง" นายแพทย์อำพลกล่าวว่า ขณะนี้การปฏิรูปประเทศไทย ไปไม่ถึงไหน ประเทศไทยพิการ ระบบผิดปกติ ยิ่งพัฒนายิ่งเหลือมล้ำ การที่สังคมไทยแตกแยกกัน กระบวนการสมัชชา จะช่วยให้ตรงนี้เข้ามาหากัน ที่ภาคใต้ กำลังเชื่อมหลายเรื่องให้คนคิดแบบองค์รวม เราทำงานไม่แยกส่วน มาร่วมกัน กลับไปทำสิ่งที่ตนเองทำได้ ที่ผ่านมาขาดเป้าหมายร่วมกัน แต่ตอนนี้ไปได้แล้วสำหรับภาคใต้ ถือว่า คึกคักที่สุด หลายเรื่อง โดยเฉพาะยังมีการที่จะใช้ช่องทางการสื่อสารสังคม ในการพัฒนาสังคม ซึ่งที่อื่นไม่ชัดเท่าภาคใต้
ที่ผ่านมาภาคใต้พยายามเชื่อมหลายส่วน แต่ทำได้ไม่มาก เพราะระบบการศึกษามักดูตามตำรา และทำตามฝรั่งบอก ที่สำคัญคือจัดการองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว การสื่อสารสังคมที่ต้องทำให้มากกว่านี้ การใช้สมัชชา จะใช้รูปแบบไหนก็ได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราจะได้นโยบายสาธารณะ ได้ประเด็น มติ มาทำได้เลยไม่ต้องรอส่วนกลาง โดยหัวใจสำคัญ คือกลไกจัดการขนาดเล็ก โดยคนจิตสาธารณะ โดยมีคนจัดการ อย่างที่ภาคใต้ทำได้ ไม่ใช่หน่วยงานเดียว แต่อยู่ที่นักจัดการ และมีคนมาช่วยมากมาย นี่คือหัวใจ ของความสำเร็จของการทำงาน ที่จะเชื่อมโยงคนสำคัญ ของสังคมไทย ที่จะเดินหน้าต่อไป "วันนี้เรามี อปท.มากมายที่ขับเคลื่อนโยบายสาธารณะได้เลย"
นายสมพร ใช้บางยางกล่าวว่า ความพยายามสร้างความเข้มแข้งให้ท้องถิ่นกับประชาบนถ้าทำได้จะดีกว่าเก่ามาก โดย ไม่ต้องรอส่วนกลางกำหนด เพราะหัวใจคือการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พี่น้องที่ทำงานต่างๆ กำลังทำให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง กระบวนการมีหลายระบบ หลายช่อง หลายวง มาเชื่อมโยงถึงกัน หากไม่ต่างคนต่างทำ พลังเข้มแข็งจะเกิด เป้าหมายอยู่ร่วมกันอยู่เย็นเป็นสุข
การนำเสนอกรณีศึกษาการพัฒนานโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพ
นายสมยศ ฤทธิธรรมนาถ ตัวแทนจังหวัดสตูล กล่าวว่ากระแสสุขภาพแนวใหม่ เริ่มมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ราว 1 ปีที่ผ่านมา กระบวนการปฏิรูปทางสุขภาพ เกิดขึ้น และเชื่อมร้อยอย่างชัดเจน สตูลวางเป้าหมายของการขับเคลื่อนจัดการตนเอง หรือพูดกับแบบภาษาถิ่นว่าจังหวัดแก้หราตนเอง นอกจากทุกภาคส่วนแล้ว กลไกศาสนาเป็นส่วนสำคัญ
นางกัลยทรรศน์ ติ้งหวังกล่าวว่า กระบวนการสมัชชา ได้ใช้แนวคิดในสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขานำมาใช้สำเร็จ ทุกภาคส่วนไม่ว่าการเมืองท้องถิ่น อย่างอบจ.มาให้ความสำคัญ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม คนรากหญ้าได้เสนอสิ่งที่ตนเองต้องการ ขณะที่ภาคราชการ ก็ปรับท่าที หลายหน่วยงานเข้ามาร่วม มีการแก้ปัญหา จัดการร่วมประสานความร่วมมือ เกิดจากเวทีสมัชชา เกิดนโยบายสาธารณะ และกระบวนการจัดการ
"ถ้าเราทำให้สังคมอยู่อย่างเป็นสุข ดูแลตัวเองได้ จะก้าวส่ปฏิรูปประเทศไทยง่ายดาย โดยคนรากหญ้า"
สุวิทย์ ชูโชติ สำนักการศึกษา อบจ.ยะลา การพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นเด็กและเยาวชน มีการเชิญท้องถิ่นมาประชุมเพื่อระดมความคิด แลกเปลี่ยน ขอความร่วมมือจากท้องถิ่นให้รับสมัครเยาวชนเป็นสมาชิก ประชุมแต่ละอำเภอ ให้เขาคัดเลือกคณะทำงานแต่ละอำเภอมาทำงาน เมื่อได้ตัวแทนก็เชิญเยาวชนมาอบรม ให้รู้ภาระหน้าที่ ได้เยาวชนทั้งหมด จนได้ข้อเสนอของเยาวชนที่ต้องการคือเล่นกีฬา ในปี53 จึงเสนอข้อเสนอแนะ เรื่องนี้ให้กับผู้บริหาร ได้เห็นชอบตั้งงบประมาณซื้ออุปกรณ์กีฬาแจกทุกศูนย์ที่ตั้ง การติดตามการทำงาน ได้ปัญหา ข้อเสนอแนะที่จะจะทำในปี 54
มาเรียม ชัยสันทนะ กล่าวว่ายะลา มีเป้าหมายในการพัฒนาชัดเจน มีหลายหน่วยงานที่เข้ามา ร่วมเป็นทีมงาน ค้นหาองค์ความรู้ทางกิจกรรมว่าจะทำอย่างไร ค้นหาสิ่งดีๆในหมู่บ้าน ที่ผ่านมาได้ทำหลายอย่างเช่น การทำหอกระจายข่าว จัดกลุ่มดูแลกันเอง น่าจะครบองค์รวม หลังทำแล้วมีองค์ความรู้ และภาคีที่จะเดินต่อไปข้างหน้า
นายสำราญ สมาธิ ตัวแทนจากกลุ่มอนุรักษ์ตรัง นำเสนอว่าทุกเรื่องถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่มาสานต่อ อนาคตคงลำบาก สำหรับสังคมไทย สำหรับเครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง ได้รับอิทธิพลมาจากครูเปลื้อง คงแก้ว หรือเทือก บรรทัด นักเขียน และกวีผู้ล่วงลับ ได้สอนให้ทุกคนคิดนอกรอบจากห้องสี่เหลี่ยม พบว่า กระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนนั้นเราจะพบประสบการณ์สำคัญ"เมื่อพบความจริงทำให้ค้นพบความงาม กลายเป็นความรักที่ถูกทอในหัวใจ ของคนในสังคม เราก็มาหาทางว่าทำอย่างไรให้ชุมชนดีขึ้น ซึ่งมติจังหวัดแก้ปัญหาสังคม โดยใช้เรื่องเด็กและครอบครัวเป็นฐาน"
นายทวีชัย อ่อนนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกระบี่กล่าวว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงเด็กและเยาวชน ตำบลเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ ด้านสังคมยกระดับให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างเช่น กายม ซึ่งนำมาแสดงให้เวทีสมัชชารับชมด้วย นอกจากนั้นยังส่งเสริมประเพณีที่ เข้าถึง ชาวพุทธและมุสลิม
"การดำเนินการที่ผ่านมา ได้สร้างกติกาการไม่สร้างความรุนแรงในเยาวชน ตั้งองค์การบริหารเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เชื่อมร้อยสู่กับเด็กและเยาวชนกลุ่มอื่น ยกระดับให้เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์
จังหวัดภูเก็ต จากการทำสมัชชา พบปัญหาว่าเชื่อมโยงกับปัญหา โรคอ้วนระบาดไปทั่วโลก และภาคใต้ครองแชมป์ ที่ภูเก็ตจึงพูดเรื่องอนามัย การกิน ออกกำลังกาย เชื่อมโยงกับประเด็นโรคอ้วนและเพื่อเชื่อมกับคนรุ่นใหม่ จึงได้เปิดเฟชบุ๊ค เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
การนำเสนอกรณีศึกษาการพัฒนานโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ในวันนั้น ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาของจังหวัดต่างๆ เช่น
* จังหวัดระนอง นำเสนอเรื่องการอนุรักษ์พันธ์ปลาท้องถิ่น ตำบลละอุ่นเหนือ
* จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเสนอเรื่องการอนุรักษ์วังปลาคลองยัน
* จังหวัดพังงานำเสนอเรื่องการอนุรักษ์ดูแลลุ่มน้ำคลองพังงา
* จังหวัดพัทลุง นำเสนอการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง
* จังหวัดสงขลา นำเสนอแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
* จังหวัดชุมพร นำเสนอท้องถิ่นกับการจัดการสุขภาพ ตำบลบ้านควน
* จังหวัดปัตตานีนำเสนอ หลักประกันกองทุนสุขภาพ กองทุนแม่และเด็ก ตำบลนาเกตุ
* จังหวัดนครศรีธรรมราช นำเสนออาสาสมัครสร้างสุขชุมชน ตำบลวังหิน
* จังหวัดนราธิวาส นำเสนอการแก้ปัญหาที่ดินอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหปาดี
ในการวิพากษ์และเติมเต็มการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะมีความเห็นที่น่าสนใจและหลากหลาย
นางพรรณิภา โสถิพันธุ์ ผู้บริหารไทยทีวี กล่าวว่าอยากมองเห็นกระบวนการพัฒนาแต่ละจังหวัด รวมถึงกระบวนการทางสมัชชา และที่สำคัญได้พาประเด็นนี้ไปสู่ความเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นไปไม่ถึงไหน
"ชื่นชมสมัชชาตรัง มีแนวคิดชัด มองเห็นต้นทางปัญหา อย่างเป็นระบบ มองว่าทุนทางสังคมที่จะดึงเข้ามา เอาพลเมืองที่ใส่ใจบ้านเมือง มองเห็นความเชื่อมโยงเครือข่ายเกี่ยวข้องมาเสริมพลังเด็ก ได้ มองเห็นความพยายามของตรัง ที่มองว่ามาทำเรื่องเยาวชน เพราะมองเห็นปัญหาการศึกษาว่าเป็นต้นเหตุจะให้เด็กเป็นอย่างไร นำมาเป็นโจทย์สร้างกิจกรรมต่างๆ ที่โยงใยไปถึงต้นทางคือครอบครัว ถือว่าการตั้งโจทย์ชัดและเชื่อมกับเรื่องแผ่นดิน ไม่อย่างนั้นปัญหาดั้งเดิมของเด็กก็จะยังไม่คลี่คลาย"
นางพรรณิภากล่าวว่า หลายพื้นที่ ถ้าเติมกระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรม นำมาต่อให้เป็นความหมายเครือข่ายที่แท้จริง มากกว่าจะติดอยู่กับภาพลวง บางอย่าง ทำความเป็นมนุษย์ให้เขา
"เวลาที่เรามองเป็นรูปธรรม อาจมองไม่เห็นความเป็นมนุษย์ เวลาทำเรื่องเด็กเป็นนามธรรมมาก ต้องเอาจริงเอาจังเรื่องนามธรรม ให้มาก อาจต้องใช้เวลานาน เงื่อนไข เราไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไร ในเวลาจำกัดอาจมองไม่เห็น ที่สุดตั้งโจทย์ให้ชัด โดยเฉพาะการเชื่อมกับโจทย์ แผ่นดิน ใส่ใจในเรื่องความเป็นมนุษย์"
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลากล่าวว่า สิ่งที่ต้องมองอย่างหนึ่งคือปัญหาสังคมในวันข้างหน้า เราอย่ามองแค่ในวันนี้ ทุกวันนี้ความขัดแย้งไม่มากนักในการอยู่ร่วมกัน แต่ถ้าเยาวชนที่โตขึ้นมาโดยไม่มีกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกันในการข้ามวัฒนธรรม ทำให้ภูมิคุ้มกันสังคมน้อยลง เพราะ ความขัดแย้งที่เกิด พบว่าเกิดจากขัดแย้งทางศาสนามากกว่าการเมือง ซึ่งในสังคมพหุวัฒนธรรม ต้องวางน้ำหนักเอาไว้ เอาเพื่อไม่ให้คน แบ่งแยก และเปิดกวาง สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ เป็นฐานราก
"หลายพื้นที่ของภาคใต้ต้องมาคิด เพราะ เมื่อมีความขัดแย้ง สุขภาวะไม่เกิด แต่ถ้าสงบสุข อย่างน้อยยังมีสุขภาวะทางใจ การสร้างคนไม่เหมือนสร้างเมือง เพราะการสร้างคนไม่จบสิ้น เราสร้างคนตอบโจทย์ปัญหาบ้านเมืองและยั่งยืนด้วยต้องคิดว่าจะต้องปลูกฝังอย่างไร อย่างที่ประเทศจีน ที่จะถามเด็กทุกวันว่าทำอะไรเพื่อประเทศชาติหรือยัง เป็นกระบวนการที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง"
รศ.ดร. เริงชัย ตันสกุล ประธานสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา กล่าวถึงกรณีที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ว่า ปัญหามาจากพื้นที่ 4 จังหวัดคือ ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา พัทลุง แสดงให้เห็นถึงการพัฒนามากขึ้น คนมีความต้องการมากขึ้นในทุกเรื่อง เป็นที่มาของความขาดแคลน แต่ละแห่งจะมีปัญหาแตกต่างกันไป การแก้ปัญหาแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่า 4 พื้นที่ต่างกัน แต่การแก้โดยใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง หารูปแบบที่เหมาะสมในปัจจุบัน มีการรวมตัวของชุมชนที่มีปัญหาเหมือนกัน ในทีสุดจะเกิดผลงาน ที่ผ่านการจะเห็นถึงการทดลอง เมื่อใช้เวลาหนึ่งมีการเปลี่ยนไปให้เหมาะสม
"ที่เหมือนกันทั้ง 4 โครงการคือพื้นที่ได้แก้ปัญหาเอง จนได้วิธีปฏิบัติ ดำเนินการ และแก้ปัญหามาได้จนกระทั่งปัจจุบัน ทฤษฎีมักล้มเหลวในทางปฏิบัติ แต่ ที่นำเสนอ ถือว่าการที่ยืนหยัดอยู่ได้ น่าสนใจรายละเอียดเป็นอย่างไร"
ดร.เลิศชาย ศิริชัย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่ากลุ่มผู้เคลื่อนไหวเชิงสังคม หรือสมัชชา ไม่ได้ทำสิ่งหนึ่ง เพื่อสิ่งหนึ่งโดยตรง แต่เป็นการเชื่อมโยงกับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ เช่นการทำวังปลา ที่สุราษฎร์ธานี ไม่ได้หวังแค่ตัวปลา แต่หวังผลที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือสร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้กับประชาชน
"เดิมเรามีทรัพยากรอยู่มาก ใช้ร่วมกัน มีความทรงจำร่วม เผชิญปัญหา ร่วม แต่เมื่อสังคมต่างคนต่างอยู่ พื้นที่ร่วมหายไป จึงเห็นคุณูปการของโครงการว่านี่คือการจัดการเพื่อรับมือปัญหา การเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องมีวิธี"
ดร.เลิศชายมองว่า คิดว่าเอากระบวนการเล็กๆ ไปสู่กระบวนการเรียนรู้ เป็นการสร้างนโยบายสาธารณะ เพราะไม่ใช่ระดับรัฐ แต่ยังมีระดับชุมชน สำหรับ สจรส. ทำให้เห็นว่าหลายฝ่ายกำลังมาคุยกันเห็นร่วมกัน ซึ่งนโยบายสาธารณะชุมชนสำคัญ ขณะที่หลายเรื่องชุมชนไม่เอาธุระเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
"ถ้าเราไม่เคลื่อนไหวให้คนทุกกลุ่มในชุมชนมาเข้าใจร่วมกัน จะทำให้มีเราอยู่กลุ่มเดียว แต่ถ้าเป็นนโยบายจะแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า" ดร.เลิศชายกล่าว และยังเห็นว่าอย่ามองปัญหาแบบแช่แข็งปัญหา เมื่อ 20ปีที่แล้ว เพราะจะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้
อาจารย์กรรณิการ์ บันเทิงจิตรรองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ทุกจังหวัดแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงทุกกภาคส่วน ท้องถิ่นเข้ามาเคลื่อน ภาคราชการมีมากขึ้นแม้ ไม่มากนัก อย่างนโยบายเด็กและเยาวชนทำอย่างไรทำให้กลไก คณะทำงาน ผู้ใหญ่ มาหนุนเด็ก ให้สองขบวนไปด้วยกันอย่างกลมกลืนไม่ใช่ ใครไปเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง ต้องมองการพัฒนาเด็กเชิงระบบ มองเป็นระบบไม่ใช่แยกกันทำ ต้องปรับวิธีคิดกันใหม่ และสิ่งสำคัญคือสิ่งที่คิดทั้งหมด จะนำไปปฏิบัติย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ให้เป็นจริงต่อเนื่องด้วย
โดย ถนอม ขุนเพ็ชร์
คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง จัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง

*** วันนี้(21 ต.ค.53) ที่โรงแรมไอเฟลอินน์ คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง โดยเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดระนองร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช.ได้จัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดระนองขึ้น โดยมี"นายพรพจน์ กังวาล" สมาชิกวุฒิสภาหรือ สว.จังหวัดระนอง เป็นประธาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เช่น ท้องถิ่นกับการจัดการสุขภาพและพัฒนาฐานข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะของเด็ก เยาวชนและครอบครัว การจัดการขยะอันตรายจากชุมชนอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการรับรองวาระสมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐตามมาตรา 51 ถึงมาตรา 55 โดยมีแนวทางหรือกระบวนการขับเคลื่อนตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นกระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพหรือความมีสุขภาพของประชาชนอย่างเป็น**
กบจ.ระนองประชุมอนุมัติงบประมาณปี๒๕๕๕

คณะกรรมการพัฒนาจังหวัดระนอง(กบจ.)ประชุมพิจารณาโครงการแต่ละหน่วยงานเพื่ออนุมัติงบประมาณประจำปี๒๕๕๕ณ.ห้องประชุมสำนักงานสาธารรสุขจังหวัดระนอง
วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เวลา ๑๓.๓๐น.)"นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ"ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานที่ประชุมแจ้งที่ประชุมทราบเรื่องที่จังหวัดแจ้งส่วนราชการ/หน่วยงาน นำข้อมูลตามแผนพัฒนาจังหวัดปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ เสนอแผนงาน/โครงการ เพื่อประกอบการจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และจัดทำคำของบประมาณมาดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดโดยนำแผนทั้ง ๒ ส่วนเข้ารับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ สำหรับ ในวันนี้จึงได้เชิญ ก.บ.จ.เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแผนให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนนำส่ง ก.น.จ.ต่อไป
ประธานแจ้งเรื่องเพื่อพิจารณา
การปรับปรุงแผนพัฒนาจังหวัดประจำปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖และร่างแผนปฎิบัติราชการประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ โดยแยกตามประเด็นยุทธศาสตร์ดังนี้
- ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจำนวน ๕ โครงการ วงเงิน ๗๑,๐๙๙,๙๐๐-บาท
- ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ เมืองน่าอยู่ จำนวน ๑๑ โครงการ วงเงิน ๑๐๓๓๗๗,๖๐๐- บาท
- ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ศูนย์กลางการค้าชายแดนฝั่งอันดามัน จำนวน ๔ โครงการวงเงิน ๒๓,๙๖๘,๙๖๘-บาท
รวมวงเงินที่เสนอของบประมาณทั้งสิ้น๒๓๑,๖๙๖,๗๐๐
ส.ส.ท. จัดเสวนาจินตนาการใหม่ ประชาธิปไตยของไทย

ส.ส.ท. จัดเสวนาจินตนาการใหม่ ประชาธิปไตยของไทย เพื่อสังเคราะห์ความคิดเห็นจากประชาธิปไตยของประเทศที่สำคัญ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(สสท.) สนับสนุน โดยการจัดเวทีเสวนาTPBS Forum1 ณ โรงแรมอลิซาเบธ กรุงเทพฯซึ่งมีแกนนำเข้าร่วมจาก4ภูมิภาค วันที่ 15-16 ตุลาคม 2553 "นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป "[/color]กรรมการนโยบายปฎิบัติหน้าที่ประธานกรรมการบริหารนโยบายและประธานคณะทำงานTPBS Forum กล่าวเปิดเวทีพร้อมให้พี่น้องร่วมคิดจินตนาการ ปฎิรูปการเมืองโฉมใหม่
เชิญวิทยากรผูทรงคุณวุฒิ ได้นำเสนอกรณีศึกษาจาก 7 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน สแกนดินาเวีย และเวเนซูเอล่า เพื่อให้ที่ประชุมได้เห็นศักยภาพหรือเอาบทเรียนมาประยุกต์ใช้กับการปฏิรูปประเทศไทย และนอกจากนั้น ยังมีแนวคิดการจัดตั้ง "สำนักข่าวพลเมืองอภิวัฒน์" เป็นการทำงานสื่อภาคประชาชน โดยมีศูนย์ข่าวตั้งอยู่ทั่วประเทศ มีเครื่องมือสื่อสารช่องทางต่าง ๆ คือ เว็บไซด์ เว็บไซด์ชุมชนอนไลน์ ทีวีอินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว สื่อบุคคลจากเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน(ค.อสช.) และสื่อสิ่งพิพ์ มีแนวคิดว่าคนเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน ให้เกิดสำนึกและวิธีคิดรูปธรรม 4 ประการคือ 1 จิตสำนึกการ ปกครองตนเอง 2 จิตสำนึกเกียจคอรัปชั่น 3 จิตสำนึกปฏิเสธความรุนแรง และ 4 จิตสำนึกความเป็นธรรมทางสังคม
เวทีสมัชชาสุขภาพภาคใต้"๑๐ปีพัฒนาวิชาการสมัชชาสุขภาพ"

การประชุมสมัชชาสุขภาพภาคใต้"๑ๆปีพัฒนาวิชาการสมัชชาสุขภาพ"และสมัชชาสุขภาพสงขลาณ.ห้องconfernce Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติมหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ อ.หาดใหญ่จ.สงขลา
วันที่ ๑๑-๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ "ท่านสมพร ใช้บางยาง"อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานที่ประชุมเวทีสมัชชาสุขภาพภาคใต้และจังหวัดสงขลท่านกรรณิการ์ บันเทิงจิตรรองเลขาธิการสำนักงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นรองประธานฯคุณสุริยา ยี่ขุนเลขานุการที่ประชุมคุณธัญญามาศ เทพญาผู้ช่วยเลขานุการ"ผศ.ดรศ์เทพ สุธีรวุฒิ"ผอ.สถาบันวิจัยการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อท่านประธานงานจัดงานสมัชชาสุขภาพของภาคใต้มีพี่น้องเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจาก๑๔จังหวัดภาคใต้และพี่น้องจังหวัดสงขลาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการสมัชชาพร้อมให้ความเห็น๘วาระร่างมติชาติ
"ายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ"เลขาธิสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติปาฐกถา"สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนานโยบายสาธารณะพื้นที่ภาคใต้"กรณีนโยบายแห่งชาติเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพในพื้นที่พหุวัฒธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการปฏิรูปประเทศไทย
ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนใต้บนจัดทำยุทธศาสตร์

ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกัยสุขภาพประชาชนเขต๑๑สุราษฎร์ธสนีจัดประชุมประธานแต่ละศูนย์และคณะทำงานของ๗จังหวัดภาคใต้ตอนบนประชุมจัดทำยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนและเสนองบประมาณขากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ๑๑สุราษฎร์ธานีประจำปีงบประมาณ๒๕๕๔ณ.ศูนย์ศูนย์ประสานงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เวลา ๐๙-๑๕.๐๐น.)"นายทวัวัฒน์ เครือสาย"ประธานศูนย์ประสานงานจังหวัดชุมพรชวนคุยโดยให้ประธานศูนย์แต่ละจังหวัดนำเสนอกระบวนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมาพร้อมกับขึ้นแผนยุทธศาสตร์ในงานทำงานของแต่ละศูนย์
ทวัวัฒน์ เสนอแผนยุทธศาสตร์ปี๒๕๕๔เพื่อเสนองบประมาณต่อสปสช.เขต๑๑สุราษฎร์ธานี
